สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 6

โดย MGR Online   
29 พฤษภาคม 2556 09:57 น.
หน้าที่แล้ว |   1 | 2 | 3 | 4  | หน้าถัดไป
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 6
        สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 6 (ต่อ)
       
       สร้อยก้มลงกราบที่เท้าของพ่อใหญ่ จ่อยรีบก้มลงกราบพ่อใหญ่แล้วคลานไปกราบไกสอน ไกสอนดึงตัวจ่อยขึ้นมายืน จึงเห็นจันทายืนอยู่ด้านหลัง
       
       “เจ้าไปอยู่ต่างบ้าน บ่อนเข็ดให้ยำ บ่อนขะลำให้ย่าน…(ให้มีสัมมาคารวะ รู้จักที่ต่ำที่สูง) บุญรักษาเจ้าเด้อ”
       พ่อใหญ่ประคองสร้อยให้ลุกขึ้นยืน สร้อยกลั้นน้ำตาไม่ยอมร้องไห้ออกมา
       รัชชานนท์ยืนมองสร้อยอย่างเข้าใจ พ่อใหญ่บอกกับสร้อย
       “บ่ต้องบอกลากัน บ่ต้องฮ้องไห้..ลูกสาวของพ่อต้องเข้มแข็งอดทน”
       “และต้องกล้าหาญด้วย”
       “เฮาจากกัน แล้วกะต้องเจอกัน ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง”
       “พ่อใหญ่”
       สร้อยโผเข้ากอดพ่อใหญ่แน่น จันทามองสองพ่อลูกอย่างสะเทือนใจ เมื่อคิดถึงตัวเอง
       สร้อยปล่อยมือจากพ่อ มองพ่อนิ่งอึดใจแล้วตัดใจถอยหลังออกมายืนเคียงข้างรัชชานนท์
       ธราธร พุฒิภัทร ชัชวีร์ยืนอยู่ข้างรัชชานนท์ แฮรี่ ทับทิมและแม่เฒ่ายืนอยู่เบื้องหลังของพ่อใหญ่ ทุกคนมารอส่งกันพร้อมหน้า
       พ่อใหญ่พูดกับคนอื่นๆ
       “ขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัย...ไม่ว่าจะมีอุปสรรคกีดขวางแค่ไหน ก็ขอให้ผ่านพ้นไปได้ แล้วหวังว่าจะได้เจอกันอีก”
       ธราธร และพุฒิภัทร และชัชวีร์ยกมือไหว้รับพรจากพ่อใหญ่ รัชชานนท์ก้าวไปหาพ่อใหญ่
       “ผมลานะครับ พ่อใหญ่ ขอบคุณในความเมตตาที่มีต่อผม ผมจะถือว่า ภาระหน้าที่ที่พ่อใหญ่มอบให้สร้อยฟ้า เป็นภาระหน้าที่ของผมเอง”
       “ขอบคุณครับ คุณชาย ทุกอย่างที่ผมอยากพูด ผมก็พูดไปหมดแล้ว แต่ผมคงต้องขอพูดอีกครั้ง ฝากเจ้าสร้อยฟ้าของผมด้วย”
       รัชชานนท์ยิ้มดีใจ
       “ครับ ผมจะดูแลเจ้าสร้อยฟ้าให้ดีที่สุด”
       ไกสอนกับแฮรี่มองหน้ากัน รู้ความนัยถึงชื่อจริงของสร้อยที่ชื่อเจ้าสร้อยฟ้า ! พ่อใหญ่ตบไหล่รัชชานนท์แล้วแตะไหล่รัชชานนท์ จ้องมองลูกเขยชั่วอึดใจ
       “รีบออกเดินทางเถอะครับ มีคนที่ห่วงใยรอพวกคุณอยู่”
       รัชชานนท์ก้มลงไหว้พ่อใหญ่อย่างนับถือศรัทธา ธราธร พุฒิภัทร และชัชวีร์ไหว้ลาพ่อใหญ่ กลุ่มธราธร พุฒิภัทร และชัชวีร์เดินออกไปกลุ่มแรก จันทายกมือไหว้ลาทุกคนแล้วเข้าไปกราบแม่เฒ่าที่อก
       “ขอบคุณหลาย แม่เฒ่า..ข้อยสิบ่ลืมแม่เฒ่าไปจนวันตาย”
       แม่เฒ่าลูบหัวจันทาอย่างเมตตา จ่อยเข้ามาไหว้แม่เฒ่าเร็วๆแล้วดึงจันทาออกไป
       “ข้อยไปแล้วเด้อ แม่เฒ่า”
       แม่เฒ่ามองทุกคนที่กำลังไปจากหมู่บ้านพักเดียวแล้วเดินหายออกไป สร้อยยกมือไหว้พ่อใหญ่ ไกสอนและแฮรี่อีกครั้ง แฮรี่ส่งหนังสือเล่มหนาให้สร้อย
       “แฮรี่...ข้อยยังต้องอ่านหนังสืออีกเรอะ” สร้อยโอดตรวญ
       “ความรู้ในโลกนี้มีให้เรียนไม่จบไม่สิ้นหรอก แล้วเจ้าจะรู้ว่า ทุกอย่างที่เจ้าเรียนมา ไม่เสียเปล่า เดินทางปลอดภัยถึงจุดหมายที่เจ้าต้องการ”
       สร้อยยัดหนังสือลงย่ามผ้าแล้วเดินออกมา แต่ก็ต้องหันไปมองพ่อใหญ่อีก สร้อยหันไปมองทับทิมที่พยักหน้าให้อย่างรับรู้ว่า ต้องทำหน้าที่ปกป้องทุกคน
       “บ่ต้องสั่ง ข้อยฮู้”
       สร้อยยังยืนเฉยมองทุกคนอยู่จนรัชชานนท์ต้องดึงสร้อยให้เดินออกไป กลุ่มชาวบ้านค่อยมาสมทบยืนส่งสร้อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นกลุ่มใหญ่
       รัชชานนท์เดินออกไปกับสร้อยที่ห่างไปจากพ่อใหญ่ทุกทีๆ
       
       ธราธร พุฒิภัทรและชัชวีร์เดินกันมาตามทางถึงทางเข้า-ออกของหมู่บ้าน จ่อยกับจันทาเดินตามมา รัชชานนท์กับสร้อยเดินตามรั้งท้าย
       สร้อยหยุดยืนมองไกลไปทางหมู่บ้านอย่างอาลัยอาวรณ์
       “ไปกันเถอะ สร้อยฟ้า”
       รัชชานนท์แตะแขนสร้อยให้เดินต่อไป สร้อยตัดใจเดินออกไป จ่อยก้มลงจะหยิบก้อนหินสองก้อนวางไว้เป็นสัญลักษณ์ว่า มีคนออกไปจากหมู่บ้านสองคน
       สร้อยเดินผ่านจ่อยหยุดยืนมอง
       “บ่ต้องดอก บักจ่อย เฮาคงบ่ได้กลับมาที่นี่อีก นี่เป็นเทื้อแรกที่ข้อยต้องจากพ่อใหญ่ แต่ข้อยต้องได้เจอพ่อใหญ่อีก ! แต่บ่ได้เจอกันที่นี่ เฮาสิไปเจอกันที่แผ่นดินเกิด..เวียงภูคำ”
       ธราธร พุฒิภัทรและชัชวีร์เดินมาถึงถ้ำทางเข้าออกที่ยังมีมนต์หมอกอยู่ จ่อยกับจันทาเดินตามมา พร้อมๆกับรัชชานนท์และสร้อย
       ทันทีที่รัชชานนท์ก้าวเท้าเข้ามา มนต์หมอกค่อยๆจางลงจนเห็นทางออกได้ชัด พร้อมๆกับเสียงคำนายของแม่เฒ่า
       “...เมื่อกษัตริย์ผู้สวมมงกุฎแห่งเทพมาเยือน เสียงเรียกจะทำให้หมอกคุ้มภัยจางหาย... เมื่อถึงเวลานั้น วลาหกจะเสียแก้วตาไป แต่จะได้ดวงใจของเวียงภูคำกลับคืนมา..”
       ธราธรและพุฒิภัทรก้าวเดินออกไปอย่างมั่นใจ ชัชวีร์หันมามองจันทาอย่างจำได้ลางๆ แต่เห็นจ่อยดึงย่ามผ้าของจันทาถือให้ก็เห็นความสนิทสนมของคนทั้งสอง ชัชวีร์ก้าวเดินออกไป จันทาดึงย่ามผ้าจากจ่อยมาถือไว้เอง
       จ่อยกับจันทาเดินผ่านเข้าถ้ำไป สร้อยมองมนต์ที่กำลังจางหายไปอย่างกังวลใจ
       รัชชานนท์ดึงสร้อยเดินออกไป มนต์หมอกที่ลอยตัวอยู่รอบๆปิดทางเข้าออกของถ้ำค่อยๆจางลงเรื่อยๆ จนหายไปหมด หมดสิ้นมนต์หมอกในคราวนี้ไปจริงๆ
       
       ทับทิมแอบเดินมาส่ง ยืนมองอยู่ไกลๆ เห็นมนต์หมอกหายไปหมดสิ้น อาณาจักรของหมู่บ้านวลาหกที่ทุกมุมที่เคยมีมนต์หมอกหายวับไปหมด!

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 6
        บริเวณที่พักแรมในป่า กองไฟที่ลุกโพลงมาทั้งคืนจวนจะมอดในยามเช้า รณพีร์เดินพล่านไปมาอย่างคนนั่งไม่ติด ท่าทางอิดโรยเพราะไม่ได้หลับมาทั้งคืน
       
       ขณะที่บุญโฮมขนฟืนมาสุมกองไฟให้คุกรุ่นอยู่ต่อไป ส่วนพรานเกิ้นนั่งหลับสัปหงกอยู่ข้างๆ กองไฟ
       รณพีร์คว้ากระติกน้ำยัดใส่กระเป๋าสะพาย แล้วตรวจดูปืนอีกครั้ง เพื่อพร้อมเตรียมเดินทาง ศินีนุชโผล่ออกมาจากเต๊นท์ ทันเห็นรณพีร์ก่อนที่จะชิ่งหนีออกไป
       "พี่ชายพีร์คะ พี่ชายพีร์จะไปไหน"
       บุญโฮมกับพรานเกิ้นรีบลุกพรวดมองไปยังรณพีร์พร้อมกัน
       บุญโฮมกับพรานเกิ้นประสานเสียงพร้อมกัน
       "คุณชายจะไปไหนครับ” / “คุณชายสิไปไสครับ"
       "ไปตามพวกพี่ๆของฉันน่ะซิ ทุกคนหายไปทั้งคืนอย่างนี้ ต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ"
       "สงสัยพวกเพิ่นคงหลงเข้าไปในป่าอาถรรพ์แล้ว ถึงกลับมาบ่ได้" พรานเกิ้นผู้ชราภาพบอก
       "ป่าอาถรรพ์?! นี่หมายความว่า ป่าอาถรรพ์มีจริงๆหรือ พี่ชายพีร์คะ เราออกไปจากป่านี้เถอะค่ะ เรา...เราไปรอที่บ้านพักก็ได้ ถ้าพวกพี่ๆตามหาพี่ชายเล็กเจอ ยังไงก็ต้องพากลับไปที่บ้านพัก จริงมั้ยล่ะคะ"
       ศินีนุชลุกลี้ลุกลนด้วยความกลัว รี่จะกลับเต็นท์ไปเก็บข้าวของ
       "ก็จริงครับ น้องนุช งั้นก็ไปเก็บกระเป๋าให้เรียบร้อยเลย แล้วเดี๋ยวพี่ให้ลุงบุญโฮมกับตาเกิ้นพากลับเข้าไปในเมือง"
       รณพีร์พูดสั่งกับบุญโฮม
       "เก็บข้าวของเท่าที่จำเป็นแล้วรีบพาน้องนุชออกไปจากที่นี่ทันที"
       รณพีร์สั่งการเสร็จจะเดินออกไป ศินีนุชหันมาเห็นก็รีบขวางไว้
       "พี่ชายพีร์จะให้นุชกลับไปคนเดียวหรือคะ ไม่ได้นะ ยังไงเราต้องกลับไปด้วยกัน แล้วถ้าพี่ชายพีร์ไป แล้วเกิดหายตัวไปอีกคน นุชจะทำยังไง ไม่ได้นะคะ ยังไงพี่ชายพีร์ต้องอยู่กับนุช ! นุชกลัว"
       ศินีนุชเกาะแขนรณพีร์ประกบติดไม่ให้ไปไหน บุญโฮมกับพรานเกิ้นก็ขยับมารวมกระจุกกันที่รณพีร์ เขาทั้งอึดอัด ทั้งเซ็งที่ทำอะไรไม่ได้ อยากจะบ้าตายจริงๆ !
       
       ธราธร พุฒิภัทรและชัชวีร์เดินนำดุ่มๆ มาตามทางในป่า ชัชวีร์หันมามองจันทาที่ตามหลังมากับจ่อยเป็นพักๆ อย่างเป็นห่วงรู้ว่า จันทาอ่อนแอที่สุดในกลุ่ม จ่อยมองตามสายตาของชัชวีร์ พอรู้ว่าชัชวีร์คอยมองจันทาก็ตาเขียวไม่พอใจ คุณชายรัชชานนท์กับสร้อยเดินปิดท้ายขบวน สร้อยหยุดกึกมองทิศทางในป่าอีกครั้ง
       สร้อยตะโกนบอก
       "คุณชายๆ บ่ใช่ทางโพ้น ไปอีกทางเน้อ"
       กลุ่มธราธรที่เดินนำหน้าอยู่ ชะงักหยุดหันมามอง สร้อยก้าวสวบๆ เข้าไปหา
       "ที่พักของคุณชายอยู่ใกล้ลำธารใช่บ่ ถ้าจังสั้นกะต้องไปทางทิศตะวันออกมาๆ ข้อยนำทางให้เอง ฟ่าวกันหน่อย อีกครึ่งมื้อกะฮอดแล้ว ไป บักจ่อย"
       สร้อยดึงตัวจ่อยให้ช่วยเดินนำทางไปด้วย โดยไม่มีทีท่าเหน็ดเหนื่อย ทั้งคู่คล่องแคล่วว่องไวมาก ชัชวีร์พูดขึ้น แล้วหันไปหาธราธร
       "เดี๋ยวๆ เราพักกันหน่อยดีมั้ย ... เราเดินเท้ากันมาเป็นชั่วโมงๆ ท่าทางบางคนจะไม่ไหวแล้ว"
       ชัชวีร์หันไปมองจันทาที่ยืนเหนื่อยแทบขาดใจ แต่อดทนได้อยู่
       "ไผ ไผบ่ไหว ป่าบ่ใช่ตลาด บ่ใช่ที่ย่างเล่น ถ้าบ่แน่อีหลีกะอย่าเข้าป่ามา จังซี้เอิ้นว่าเป็นตัวถ่วงแท้ เดินๆเซาๆ เสียเวลาหลาย พวกคนเมืองนี่บ่มีน้ำอดน้ำทนเอาซะเลย" จ่อยบอก
       จ่อยพูดลอยๆหวังกระทบพวกคุณชายทั้งหลายโดยเฉพาะชัชวีร์
       "บักกึ่มเอ๊ย บ่ใช่พวกคนเมืองที่เดินบ่ไหวไ สร้อยบอก
       "อ้าว ! ถ้าบ่ใช่พวกคนเมืองแล้วเป็นไผ"
       "นายก็ลองหันไปมองคนข้างๆ..คนที่นายเดินมากับเขาตลอดทาง"
       จ่อยสะดุ้งรีบหันไปมองจันทาที่ยืนหน้าซีดเหงื่อแตกอยู่ จ่อยหน้าแตกเพล้ง
       "อ้าว ! จันทาดอกเรอะ"
       "จันทาเดินไหวจ้ะ เราไปกันต่อเถอะ ไม่ต้องพักดอกจ้ะ"
       "จันทาก้าวขาจะไม่ออกอยู่แล้ว ถ้าขืนไปต่อได้เป็นลมล้มลงกลางทางแน่" งั้นก็พักกันดีกว่า โน่นไปพักแถวใต้ร่มไม้แถวนั้น ไป นายจ่อยพาจันทาไป นั่งพักก่อน ไป" ธราธรบอก
       "มา...ข้อยช่วย"
       สร้อยเข้าช่วยจ่อยประคองจันทาเดินออกไป จันทามองสร้อยด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น
       "จันทาเพิ่งฟื้นตัวได้ไม่นานต้องมาเดินทางไกลอย่างนี้ เราคงรีบเร่งเดินทางไม่ได้แล้วล่ะครับ พี่ชายใหญ่" พุฒิภัทรบอก
       "ถึงที่พักช้าหน่อยไม่เป็นไรหรอก กลัวแต่ชายพีร์จะเป็นห่วงน่ะซิ"
       พุฒิภัทรขำ
       "ชายพีร์ไม่มีเวลามาเป็นห่วงเราหรอกมั้งครับ คงยุ่งวุ่นวายอยู่กับน้องนุช ตอนนี้คงกำลังเสิร์ฟอาหารกลางวันให้เธออยู่ ก่อนที่จะเตรียมน้ำชาตอนบ่ายให้"
       ชัชวีร์บอก
       "ชายพีร์ไม่ใจดีตามใจน้องนุชอย่างพี่ชายภัทรหรอกครับ ผมว่า ป่านนี้ชายพีร์แอบหาทางหนีน้องนุชทุกวิถีทางมากกว่า อยู่ที่จะหนีพ้นหรือไม่พ้นนี่แหละ"
       รัชชานนท์ฟังอยู่นาน ก่อนที่จะเข้าใจว่าศินีนุชมาด้วย
       "เดี๋ยวๆ นี่กำลังพูดถึงใครกัน น้องนุช น้องนุช น้องสาวของนายมาด้วยหรือ นายชัช"
       "เออ...เราลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย ใช่แล้ว ชายเล็กน้องนุช น้องศินีนุชคู่หมั้นคู่หมายของนายตามมาด้วย แล้วนี่นายจะบอกเรื่องนี้กับเมียนายยังไงล่ะทีนี้"
       
       รัชชานนท์หันไปมองสร้อยที่ช่วยประคองให้จันทานั่งลง มีจ่อยคอยดูใกล้ๆอย่างห่วงใย
       
       อ่านต่อตอนต่อไป

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 6
        ธราธรกับพุฒิภัทรพากันเดินมาสุมหัวคิดกันอีกมุมหนึ่งใต้ร่มไม้ในป่า ห่างจากมุมที่สร้อยและจ่อยอยู่
       
       รัชชานนท์เดินตามมาช้าๆ คิดทบทวนไปด้วย ชัชวีร์ติดร่างแหตามมาด้วย
       "ผมไม่จำเป็นต้องบอกอะไรกับสร้อยฟ้านี่ครับ ผมกับน้องนุชไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อย ถึงทางผู้ใหญ่เคยทาบทามอะไรกันไว้ ก็ไม่ได้เกี่ยวกับผม"
       "อย่ามาปัดสวะให้พ้นตัว เพราะยังไงปัญหาเรื่องนี้ก็จะไม่พ้นตัวนายไปง่ายๆ ถ้าสร้อยฟ้าเจอกับน้องนุชเมื่อไหร่ เกิดเรื่องใหญ่แน่" ธราธรบอก
       "น้องนุชเธอถือว่านายเป็นคู่หมายแล้ว นายก็รู้ว่า เรื่องสัญญายังไม่จบสิ้น พวกเรากับทางเทวพรหมยังหนีกันไม่พ้น ตอนนี้ก็เหลือนายกับน้องนุช แล้วก็ชายพีร์กับน้องรัมภา" พุฒิภัทรพูดเสริม
       "นี่ไม่ใช่เวลาที่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่เป็นเวลาที่จะต้องหาทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น ถ้าน้องนุชรู้ว่านายแต่งงานกับสร้อยฟ้าแล้ว ได้กรี๊ดป่าแตกแน่นอน แล้วต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นรู้มั้ย"
       "เธอต้องแล่นไปฟ้องหม่อมย่า เรื่องการแต่งงานของนายกับสร้อยฟ้าไม่ควรจะรู้จากปากของคนอื่น นายต้องเป็นคนเรียนเรื่องนี้กับท่านเอง ไม่งั้นสร้อยฟ้าไม่มีวันได้เข้าวังจุฑาเทพแน่" พุฒิภัทรบอก
       "แล้วนี่ผมจะต้องเริ่มต้นตรงไหนดี"
       ชัชวีร์แนะนำ
       "ผมว่า พี่ชายเล็กน่าจะเริ่มต้นด้วยการบอกสร้อยฟ้าเรื่องน้องนุชนะครับ"
       สร้อยโผล่เข้ามากลางวงอย่างไม่ได้รู้อะไรด้วย
       "เว้าอะหยังกันอยู่"
       ทุกคนแตกฮือกระจายถอยตัวออกมา จ้องมองสร้อยอย่างทำหน้าไม่ถูก
       "พวกเจ้าเว้าเฮื่องข้อยอยู่ใช่บ่ มีอะหยังกะเว้ากันตรงๆ บ่อยากให้ข้อยนำทางล่ะสิ บ่เชื่อฝีมือกัน เพราะข้อยเป็นผู้หญิง แม่นบ่"
       "พวกเราเชื่อฝีมือเธออยู่แล้ว ใครจะรู้จักป่านี้ได้เท่าเธอ คืออย่างนี้นะ สร้อยฟ้า ฉันมีเรื่องที่จะบอกเธอ"
       ทุกคนลุ้นให้รัชชานนท์บอกเรื่องศินีนุชเร็วๆ สร้อยจ้องมองรัชชานนท์ไม่รู้จะบอกเรื่องอะไร ทำไมหน้าตาดูตื่นๆ
       
       ใต้ร่มไม้ในป่า จันทาจิบน้ำอย่างช้าๆ พุฒิภัทรแตะชีพจรที่ข้อมือจันทา จ่อยชะเง้อมองมาอยู่
       "ตอนนี้เธออยู่ในภาวะขาดน้ำ ค่อยๆจิบน้ำไป เดี๋ยวนอนพักซักหน่อยก็คงจะดีขึ้น แล้วต่อไปดื่มแต่น้ำสะอาดที่ต้มแล้วเท่านั้นนะ ร่างกายเธอยังไม่แข็งแรงดี ภูมิคุ้มกันก็ต่ำ ต้องระวังไว้ให้มากๆ"
       "ฮู้หลายแท้ เว้าอย่างกับว่าเป็นหมอ เฮอะ"
       ชัชวีร์เดินถือกระติกน้ำเข้ามา
       "อ้าว ! นี่ไม่รู้หรอกเหรอว่า พี่ชายภัทรเป็นหมอ"
       จ่อยทำหน้าไม่ถูกที่พูดผิดทำตัวเองหน้าแตกอีกครั้ง
       "เรามีหมอเก่งๆมาด้วยอย่างนี้ คงไม่เห็นว่า พวกเราเป็นตัวถ่วงอีกแล้วนะ" ชัชวีร์บอก "จันทาต่างหากล่ะจ๊ะที่เป็นตัวถ่วง"
       "ก็จันทาเป็นผู้หญิง" ชัชวีร์บอก
       "เจ้าสร้อยก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่แข็งแรงคล่องแคล่วว่องไวกว่าจันทามากนัก ถ้าไม่มีจันทามาด้วย ป่านนี้ทุกคนคงไปถึงที่พักแล้ว"
       ธราธรขนฟืนเข้ามาเพื่อก่อกองไฟ
       "อย่าพูดอย่างนั้น จันทา ตอนนี้เธอเป็นคนในครอบครัวของเราแล้ว เราจะทิ้งให้เธออยู่ที่หมู่บ้านวลาหกได้ยังไง"
       "ชายเล็กเล่าเรื่องเธอให้เราฟังหมดแล้ว แล้วเดี๋ยวเราจะเล่าเรื่องของเราให้เธอฟังบ้าง จะได้รู้ว่า พี่ชายแต่ละคนของเธอเป็นใครกันบ้าง" พุฒิภัทรบอก
       "แต่ไม่รู้ว่า พี่ชายคนต้นเรื่องนี่เป็นยังไงแล้วบ้างนะครับ" ชัชวีร์ว่า
       สร้อยแผดเสียงดัง
       "บ่ต้องมาเว้า บ่อยากฟัง คนขี้ตั๋ว"
       ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กกับเสียงของสร้อยที่ดังแผดเข้ามา
       
       สร้อยเดินหนีรัชชานนท์อยู่
       "ไป ไปให้พ้น บ่ต้องตามมา ข้อยบ่อยากเห็นหน้าเจ้า คนขี้ตั๋ว"
       "เดี๋ยวซิ ฉันโกหกเรื่องอะไร ฉันแค่ไม่ได้บอกเธอเรื่องน้องนุชเท่านั้น"
       "บ่ได้บอกกะคือการโกหก ถ้าเจ้ามีคู่ฮักอยู่แล้ว เป็นหยังถึงมาแต่งงานกับข้อย คนอย่างข้อยบ่มีวันแย่งผู้ชายจากไผ"
       รัชชานนท์นึกได้
       "ที่จริงวันที่เราเข้าหอกัน ฉันตั้งใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้เธอฟัง แต่เธอไม่ยอมฟังเอง ฉะนั้นฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเรื่องศินีนุชกับเธอ แล้วขอบอกเป็นครั้งที่ร้อยว่า เขาไม่ได้เป็นคู่รักของฉัน เขาเป็นแค่คู่หมาย"
       "ก็คือกัน"
       "มันเหมือนกันเสียที่ไหน ฉันกับเขาเจอกันตอนเด็กๆแล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ไม่เคยคบหาดูใจกัน มันเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ตกลงกันเอง เพราะอย่างนี้ถึงต้องให้เธอช่วยให้ฉันรอดพ้นจากการถูกจับแต่งงาน"
       สร้อยคิดๆ
       "คู่หมายบ่ใช่คู่ฮัก"
       "เข้าใจทุกอย่างแล้วใช่มั้ย ฉันไม่ได้มีคนอื่นก่อนที่จะมาแต่งงานกับเธอ เราสองคนแต่งงานอย่างถูกต้องตามประเพณีทุกอย่าง แต่ปัญหามันอยู่ที่เราจะให้ศินีนุชรู้เรื่องการแต่งงานของเราไม่ได้!"
       "เป็นหยัง"
       "เถอะน่า แล้วฉันจะอธิบายให้ฟังทีหลัง ตอนนี้ทำตามที่ฉันบอกไปก่อน ฉันขอร้องล่ะนะ ถ้าเจอศินีนุชก็อย่าบอกเรื่องแต่งงานของเราเชียว นะ สร้อยฟ้านะ"
       "บ่ ข้อยบ่ใช่คนขี้ตั๋วอย่างเจ้า ข้อยโกหกไผบ่เป็น ถ้าบ่กล้าบอกผู้อื่นว่าเฮาแต่งงานกัน กะถือว่าเฮาบ่ได้แต่งงานกันกะได้ ข้อยกะบ่อยากเป็นเมียเจ้าอยู่แล้ว"
       
       สร้อยเดินพรวดๆออกไปอย่างอารมณ์เสีย ปล่อยให้รัชชานนท์คิดหนักในการแก้ปัญหานี้

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 6
        ท้ายหมู่บ้านวลาหกยามนั้น กลุ่มชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นคนแก่ ผู้หญิงและเด็กขนสัมภาระพากันอพยพออกไปบางกลุ่มไปด้วยเกวียน บางกลุ่มเดินเท้าไปโดยมีกลุ่มชายหนุ่ม 5- 6 คนคุมการอพยพครั้งนี้
       
       พ่อใหญ่ ไกสอนและแฮรี่ยืนเฝ้ามองกลุ่มชาวบ้านที่พากันอพยพไป หญิงชราพาหลานตัวเล็กถือช่อดอกไม้มาวางลงที่แทบเท้าพ่อใหญ่แล้วก้มลงกราบ
       "พ่อใหญ่...อย่าทิ้งพวกเฮาเด้อ"
       "บ่ต้องห่วง แล้วเฮาสิฟ่าวตามไป ขอให้ทุกคนเดินทางโดยปลอดภัยเด้อ"
       หญิงชรากราบพ่อใหญ่อย่างดีใจแล้วดึงหลานตัวเล็กออกไป หลานหันมาโบกมือให้พ่อใหญ่
       "ฟ่าวตามไปเร็วๆ เด้อ พ่อใหญ่"
       หญิงชราดึงหลานตัวเล็กไปร่วมขบวนการอพยพที่เคลื่อนออกไปอย่างช้าๆ
       พ่อใหญ่มองกลุ่มคนที่กำลังอพยพออกไป
       
       ในเวลาต่อมา พ่อใหญ่ ไกสอน และแฮรี่เดินกลับมาจากท้ายหมู่บ้าน
       "เฮายังเหลือคนอยู่ที่นี่เท่าไหร่" พ่อใหญ่ถาม
       "ราวๆอีกยี่สิบหลังคาเรือน ก็หกสิบกว่าคนน่ะครับ พ่อใหญ่ วันนี้เราให้พวกคนแก่ ผู้หญิงและเด็กอพยพกันไปก่อน พอเราอพยพเป็นกลุ่มสุดท้ายจะได้เดินทางคล่องตัวกันมากขึ้น และจะได้คุ้มครองพ่อใหญ่ได้ง่ายขึ้นด้วย" แฮรี่บอก
       "ข้อยอยากให้พ่อใหญ่ไปซะมื้อนี้เลย ไหนๆพ่อใหญ่กะเลื่อนการอพยพให้เร็วขึ้น พ่อใหญ่ควรไปจากที่นี่เป็นคนแรกบ่ใช่คนสุดท้ายเด้อ" ไกสอนว่า
       "ให้พวกอาสาที่สิไปสมทบกับกองกำลังที่ชายแดนไปก่อน ส่วนเฮา...เฮาสิรอจนกว่าบักทับทิมกลับมา เฮาถึงสิไปจากที่นี่ได้"
       "พ่อใหญ่บ่ต้องห่วงอีสร้อยมันดอก พวกคุณชายมีกันตั้งหลายคน ทหารเวียงกะบ่มาป้วนเปี้ยนแถวนี้นานแล้ว อีกบ่เกินมื้ออื่น พวกเพิ่นต้องออกไปจากป่าอีหลี" ไกสอนบอก "ถ้าจะห่วง พวกเราห่วงพ่อใหญ่มากกว่า มนต์หมอกของแม่เฒ่าเสื่อมสลายไปแล้วนะครับ" แฮรี่ว่า
       "แม่นแล้ว บ่มีมนต์หมอกของแม่เฒ่าปกป้องหมู่บ้านเฮาแล้ว ถึงพวกทหารเวียงบ่ได้ข้ามมาฝั่งไทยมาพักใหญ่ แต่ไอ้เซกองบ่มีวันหยุดตามหาเฮา ป่าที่นี่ยังมีอันตรายอยู่ ตราบใดที่เจ้าสร้อยยังบ่ออกไปจากป่านี้ เฮากะบ่ไปจากที่นี่คือกัน !"
       พ่อใหญ่นิ่งเอาจริงเอาจังจนไม่มีใครกล้าค้านอีก
       
       ชัชวีร์เดินตามหาสร้อยอยู่ เขามองตามรอยเท้าที่มีมาตลอดทางแล้วก็หายไปเสียเฉยๆ
       จู่ๆ ลูกไม้ก็หล่นร่วงใส่หัว ชัชวีร์เงยหน้าขึ้นไปมองบนต้นไม้ สร้อยนั่งอยู่บนนั้น
       "ลงมาก่อน สร้อยฟ้า เรามีเรื่องต้องคุยกัน"
       "บักคุณชายใช้ให้เจ้ามาเว้าให้แม่นบ่"
       ชีชวีร์พูดอย่างไม่เต็มหากนัก
       "ฉันไม่ได้มาพูดให้พี่ชายเล็ก แต่ฉันมาพูดกับเธอในฐานะที่ฉันเป็น... เป็นพี่ชายของน้องนุช ผู้หญิงที่เป็นคู่หมายของพี่ชายเล็ก"
       สร้อยกระโดดตุ๊บลงจากต้นไม้มายืนตรงหน้าชัชวีร์
       "เจ้าบ่ต้องเป็นห่วง ข้อยสิบ่แย่งคุณชายจากน้องสาวเจ้าแน่"
       "เธอไม่ได้แย่งผู้ชายของใคร ที่น้องนุชยังรู้เรื่องเธอกับพี่ชายเล็กไม่ได้ในตอนนี้ เพราะถ้าเขารู้ เรื่องต้องไปถึงหูหม่อมย่าเอียดแน่ พี่ชายเล็กเล่าเรื่องหม่อมย่าให้ฟังแล้วใช่มั้ย"
       "แล้วเป็นหยังหม่อมย่าฮู้เรื่องของเฮาบ่ได้"
       "ยังไม่ควรรู้ในตอนนี้ แต่ควรจะรู้ในโอกาสที่เหมาะสม เราควรให้ท่านได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจก่อน ตอนที่พ่อใหญ่ต้องรับพี่ชายเล็กเป็นลูกเขย ท่านก็ไม่ได้ยอมรับได้ทันทีทันใดไม่ใช่เหรอ"
       สร้อยฟังแล้วนิ่งคิด
       "เธอมีภาระหน้าที่จะต้องไปทำในวันข้างหน้าอีกนะ เรื่องเล็กแค่นี้...เธอยังอดทนอดกลั้นไม่ได้ แล้วถ้าเธอเจอเรื่องใหญ่กว่านี้ เธอจะรับมือได้ยังไง สร้อยฟ้า"
       สร้อยนิ่งอย่างยอมรับฟัง ชัชวีร์ที่พูดมามีเหตุผลทุกอย่าง
       
       ใต้ร่มไม้ในป่า จ่อยส่ายหน้าดิกๆ อย่างโมโห จันทาอยู่ข้างๆแตะแขนจ่อยๆให้ใจเย็นๆ
       "บ่ได้ๆ ข้อยบ่ยอมโกหกให้ไผ แล้วไผกะอย่าคึดว่า สิปิดปากข้อยได้"
       "พวกคุณชายกะบ่ได้ให้เฮาโกหก แค่ให้เฮาอยู่เฉยๆ อย่าเว้าเฮื่องคุณชายกับเจ้าสร้อยออกไป"
       "เป็นหยังสิเว้าเฮื่องแต่งงานบ่ได้ บ่ฮู้ล่ะ ไผถาม ข้อยกะสิบอกความจริง เจ้าแต่งงานแล้ว มาเฮ็ดปิดๆบังๆ จังซี้มันบ่ใช่ลูกผู้ชาย"
       รัชชานนท์ ธราธรและพุฒิภัทรมองหน้ากันอย่างหนักใจ
       "บักจ่อย ! นายฟังดีหรือเปล่า ฉันขอให้ปิดเรื่องฉันกับสร้อยฟ้าไปก่อน จนกว่าเราจะไปถึงกรุงเทพฯเท่านั้นแหละ ใช่ว่าจะให้ช่วยปิดเป็นความลับตลอดไปเสียเมื่อไหร่"
       "ฉันว่า เรื่องนี้ให้สร้อยฟ้าเป็นคนตัดสินใจเองดีกว่า เราเพียงแต่มาบอกบักจ่อยกับจันทาให้รับรู้เรื่องนี้ไว้เท่านั้น" ธราธรบอก
       "ถ้าสร้อยฟ้าตัดสินใจยังไง ก็ให้เป็นไปตามนั้น ขออย่าได้มีปัญหาอีก" พุฒิภัทรว่า "อีสร้อยบ่มีวันยอมดอก เฮ็ดจังซี้มันหยามเกียรติกัน ถ้าอีสร้อยบ่ตำปากคุณชายแตก กะมากระทืบข้อยได้เลย"
       สร้อยกับชัชวีร์เดินเข้ามา
       "อีสร้อย ! เจ้าฮู้เรื่อง..."
       "ฮู้แล้ว นอกจากพี่น้องของคุณชายและคุณชัชแล้ว เฮาสิให้ไผฮู้เฮื่องแต่งงานของข้อยกับคุณชายบ่ได้ ตกลงกันตามนี้"
       จ่อยอ้าปากเหวอไป รวมทั้งคนอื่นๆ ด้วย
       รัชชานนท์นิ่งอึ้ง หันไปมองสร้อยกับชัชวีร์อย่างแปลกใจ ที่ชัชวีร์กล่อมสร้อยได้ง่ายดาย
       คุณชายธราธรกับพุฒิภัทรแกล้งขยับตัวขยับเท้าเล็กน้อย จ่อยถดถอยออกไปตามสัญชาตญาณ
       
       รัชชานนท์จับจ้องสร้อยอย่างไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ

จำนวนคนโหวต 63 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 61 คน
97 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
3 %
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017