หน้าแรกผู้จัดการ Online | ข่าว
ข่าว พม่า

ไปเยือนกรุงเก่าอังวะเที่ยวหน้า อาจไม่ได้เห็นรถม้าสารถีหญิง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 กุมภาพันธ์ 2556 03:33 น.
ไปเยือนกรุงเก่าอังวะเที่ยวหน้า อาจไม่ได้เห็นรถม้าสารถีหญิง

ราษฎรในท้องถิ่นเสนอขายของที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่บริเวณ "สถานีขนส่ง" รถม้า ในช่วงฤดูแห่งการท่องเที่ยวเดือน ต.ค.-เม.ย. ของทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวไปใช้บริการที่นี่หนาตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ไปเที่ยวชมมัณฑะเลย์ก็มักอดไม่ได้จะต้องปีเยือนกรุงเก่าอังวะ (Inwa) ซึ่งเป็นชื่อที่คุ้นเคยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไม่แพ้หงสาวดี ตองอู หรือพะโค ที่อยู่ใต้ลงไป. -- ภาพ: The Myanmar Times.
       .
       
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - ผู้ที่จะเดินทางไปเที่ยวชมเมืองเก่าอังวะ (Inwa) ในพม่าเที่ยวต่อไป อาจจะไม่ได้เห็นรถม้าที่ขับโดยสารถีหญิงอีก เนื่องจากทางการท้องถิ่นได้สั่งห้ามมิให้สตรีขับรถม้าบริการนักท่องเที่ยวต่อไป แม้ว่าพลขับที่เป็นสตรีเพศจะพากันประท้วงการตัดสินใจดังกล่าวก็ตาม
       
       นี่คือเมืองหลวงเก่าของนครรัฐในพม่าสมัยโบราณอีกแห่งหนึ่งที่มีความผูกพันกับราชอาณาจักรสยามมากที่สุด ในปัจจุบันก็เป็นอีกปลายทางหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจากประเทศไทยนิยม ไปเที่ยวชมมากที่สุด เนื่องจากอยู่ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์
       
       ในปลายเดือนที่แล้ว คณะกรรมการพัฒนาเมืองทาดาอู (Tada Oo) ได้ตัดสินใจสั่งห้ามสตรีขับรถม้าบริการนักท่องเที่ยวเทียวชมรอบๆ กรุงเก่าอังวะ โดยติดประกาศเรื่องนี้ที่สถานีรถม้าตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. ระบุห้ามมิให้สตรีกับบุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ขับรถม้าดังกล่าวด้วยเหตุผล “ด้านความปลอดภัย” นิตยสารข่าวเมียนมาร์ไทม์ส รายงาน
       
       ตามรายงานของคนในพื้นที่ ปัจจุบันมีรถม้าให้บริการนักท่องเที่ยวในอังวะเพียง 130 คัน ในนั้นมีสารถีหญิงเพียง 11 คน ซึ่งจำนวนดังกล่าวหลายคนแสดงความผิดหวังกับคำสั่งของทางการ เนื่องจากประกอบอาชีพนี้มานาน และทำให้ครอบครัวต้องสูญเสียรายได้ไป
       
       สารถีหญิงบางคนบอกกับเมียนมาร์ไทม์สว่า นักท่องเทียวสตรีส่วนหนึ่งชอบที่นั่งรถม้าที่พวกเธอขับมากกว่ารถที่ขับโดยสารถีชาย จึงไม่ทราบเหตุผลอันแท้จริงของการออกคำสั่งดังกล่าว
       
       “ตอนนี้ก็มีคนขับที่อายุต่ำกว่า 18 อยู่เพียง 3 คนเท่านั้น” นายทุนอู (Tun Oo) วัย 40 ปี สารถีอาชีพบอกกับนิตยสารข่าวฉบับนี้
       
       ราษฎรในท้องถิ่นกล่าวว่า จนถึงวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็ยังไม่ได้มีมาตรการเข้มงวดอะไรจากเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น เพื่อให้ปฏิบัติตามคำสั่งห้ามดังกล่าว แต่ก็เชื่อว่าทุกอย่างจะต้องดำเนินไปตามนั้น เจ้าหน้าที่กล่าวว่า คนขับรถม้าหญิงทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่นักท่องเที่ยวบ่อยกว่านักขับชาย
       
       นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ไปเที่ยวชมเมืองมัณฑะเลย์มักจะซื้อทัวร์ไปเที่ยวชมเมืองเก่าที่อยู่รอบๆ รวมทั้งอังวะ ซึ่งครั้งหนึ่งในพม่าเรียกกันว่า “อาวะ” (Ava) ที่อยู่ทางทิศใต้ของมัณฑะเลย์ เพียงนั่งเรือเฟอร์รีข้ามแม่น้ำมี๊ตเหงะ (Myitnge) เท่านั้น
       
       เมื่อย้อนกลับอดีตเมื่อ 4 ศตวรรษก่อน สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเตรียมไพร่พลครั้งใหญ่เพื่อยกทัพไปตีกรุงอังวะ นอกจากนั้น นักประวัติศาสตร์ของไทยยังเชื่อว่า พระสรีรังคารของพระเจ้าอุทุมพรแห่งกรุงศรีอยุธยา ที่ทรงถูกจับเป็นเชลยไปในเหตุการณ์เสียกรุงครั้งที่ 2 ปี พ.ศ.2310 ถูกเก็บเอาไว้ในเจดีย์องค์ใดองค์หนึ่งที่นั่น
       
       ปัจจุบันซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฤดูแห่งการท่องเที่ยว (ต.ค.-เม.ย.) นักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังมุ่งหน้าไปยังเขตเมืองหลวงเก่าในยุคราชอาณาจักร เมื่อปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าพม่าถึง 1 ล้านคนเป็นครั้งแรก ทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมได้รับอานิสงส์ไปด้วย และบรรดาพลขับรถม้าต่างก็ยุ่งกับงานจนดูสับสนวุ่นวายไปหมด
       .

ไปเยือนกรุงเก่าอังวะเที่ยวหน้า อาจไม่ได้เห็นรถม้าสารถีหญิง

สะพานอังวะ (Inwa Bridge) ทั้งเก่าและใหม่ข้ามแม่น้ำอิรวดีไปยังฝั่งสะกาย (Sagaing) ในบริเวณที่เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโบราณในภาคเหนือพม่า ไม่ว่าจะเป็นอังวะ อมราปุระ (Amarapura) หรือมัณฑะเลย์ รวมทั้งพุกาม (Bagan) ที่อยูถัดไป.
       
2

       รถม้าดูจะเป็นคำตอบสำหรับการเที่ยวชมเมืองเก่าในเวลา 1 วัน เพราะได้บรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ถึงแม้นักท่องเที่ยวหลายคนจะบ่นว่านั่งนานๆ ทำให้เมื่อย เนื่องจากต้องนั่งโยกตัวไปตามจังหวะลุ่มๆ ดอนๆ ของถนนตลอดเที่ยวก็ตาม
       
       อังวะ (เรียกตามเสียงในท้องถิ่น) เป็นเกาะใหญ่กลางแม่น้ำมี๊ตเหงะกับแม่น้ำอิรวดี ก่อตั้งโดยกษัตริย์แห่งอาณาจักรชาน (Shan) พระองค์หนึ่งในปี พ.ศ.1907 เป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรเก่าแบบขึ้นๆ ลงๆ แต่เป็นเวลารวมกันนานกว่า 400 ปี และได้ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของนครรัฐต่างๆ ในดินแดนพม่าโบราณตลอดมา
       
       พระเจ้าบุเรงนอง (บาเยงนอง) แห่งนครรัฐหงสาวดี (หันตาวดี) จากทางใต้ ยกทัพเข้าตีกรุงอังวะจนแตกพ่ายในปี พ.ศ.2098 จากนั้น อังวะก็ได้สูญเสียการเมืองศูนย์กลาง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอีกหลายครั้ง ทั้งในสมัยตองอู (Taung Oo) และสมัยกนบอง (Konbaung) ก่อนจะตกอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐมอญเบ็ดเสร็จอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2295
       
       หลังจากสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ.2133 และเข้าสู่ช่วงเวลา 15 ปีแห่งสงครามกับอาณาจักรต่างๆ ในพม่า ในปี พ.ศ.2148 พระองค์ทรงเตรียมการ เตรียมไพร่พลครั้งใหญ่เพื่อยกไปตีกรุงอังวะซึ่งจะเป็นอาณาจักรสุดท้าย แต่ได้เสด็จประชวรเสียก่อน และเสด็จสวรรคตในเวลาต่อมา
       
       อย่างไรก็ตาม อังวะได้รับความเสียหายอย่างหนักเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ปี พ.ศ.2381 และในปี 2384 เมืองหลวงของดินแดนภาคเหนือพม่าก็ย้ายไปยังอมราปุระ (Amarapura) หรือ “อมรบุรี”
       
       ชื่ออย่างเป็นทางการของกรุงอังวะคือ รัตนาปุระ (Ratanapura) ในวันนี้ไม่เหลือสภาพความเป็นนครรัฐอันยิ่งใหญ่อีกแล้ว พระราชวังเก่าพังเสียหายยับเยิน จนเหลือเพียงหอสูงที่เคยเป็นเป็นส่วนหนึ่งในวังหลวงซึ่งอยู่ในสภาพทรุดเอียง จนเรียกกันว่า “หอคอยเอียงแห่งอังวะ” นอกจากนั้นก็มีพระเจดีย์เก่าไม่กี่องค์ที่รอดมาได้
       
       อย่างไรก็ตาม วัดวาอารามเก่าแก่ในอังวะยังมีหลักฐานที่น่าสนใจหลายอย่างที่สะท้อนอารยธรรมแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งไม้สักสลักเป็นรูปเทพ หรือพระพุทธรูปซึ่งเป็นศิลปะอยุธยา เชื่อกันว่าน่าจะเป็นฝีมือช่างที่ถูกกวาดต้อนไปเมื่อครั้งพระเจ้าอังวะส่งทัพไปตีเมืองหลวงของราชอาณาจักรสยามในปี พ.ศ.2310 ซึ่งเป็นการเสียกรุงครั้งสุดท้าย.
       
       
ย้อนอดีต 4 ศตวรรษ


ไปเยือนกรุงเก่าอังวะเที่ยวหน้า อาจไม่ได้เห็นรถม้าสารถีหญิง

ส่วนหนึ่งของพระราชวังอังวะที่รอดจากการทำลายของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่กว่า 300 ปีก่อน ภาพวันที่ 20 ส.ค.2552 นอกจากนี้ก็มีพระเจดีย์เพียงไม่กี่แห่งที่รอดมาได้. -- ภาพ: Wikipedia/Sarah Depper.
       
3


ไปเยือนกรุงเก่าอังวะเที่ยวหน้า อาจไม่ได้เห็นรถม้าสารถีหญิง

"หอคอยเอียงแห่งอังวะ" ที่เคยหอสังเกตุการณ์ในพระราชวังเก่า ในภาพวันที่ 6 ธ.ค.2554 น่าประหลาดใจที่สิ่งปลูกสร้างสูง 27 เมตรนี้รอดจากแผ่นดินไหวมาได้. -- ภาพ: Wikipedia/Hybernator.
       
4


ไปเยือนกรุงเก่าอังวะเที่ยวหน้า อาจไม่ได้เห็นรถม้าสารถีหญิง

ภาพรวบรวมจากเว็บไซต์หลายแห่ง จัดทำขึ้นใหม่ แสดงให้เห็นโบราณสถานจำนวนหนึ่งจากยุคอังวะที่เหลือรอดจากแผ่นดินไหวมาและทางการได้พยายามฟื้นฟูบูรณะ ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาขององค์การยูเนสโก ถึงแม้ว่าขณะนี้จะยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกก็ตาม.
       
5


ไปเยือนกรุงเก่าอังวะเที่ยวหน้า อาจไม่ได้เห็นรถม้าสารถีหญิง

ภาพจาก Bloggang.Com ซึ่งผู้นำเสนอประกอบสารคดีท่องเที่ยวบริเวณกรุงเก่าอังวะสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของช่างจากกรุงศรีอยุธยาที่ถูกกวาดต้อนกลับไปยังกรุงอังวะเมื่อเสียกรุงครั้งที่สอง ซึ่งพม่าได้นำราษฎรจากอาณาจักรสยามกลับไปด้วยนับหมื่นคน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะวัฒนธรรมแขนงต่างๆ กับช่างฝีมือเป็นจำนวนมาก.
       
6


ข่าวล่าสุด ในหมวด
ฝ่ายค้านพม่าเผยประชาชนร่วมลงนามหนุนแก้รัฐธรรมนูญแล้ว 5 ล้านชื่อ
ผลสืบสวนเหตุปะทะเดือดระหว่างศาสนาในมัณฑะเลย์ พบฝ่ายหญิงถูกจ้างวานกล่าวหาชายมุสลิม
แรงงานพม่าประท้วงเกาหลีปิดโรงงานไม่จ่ายค่าจ้าง
2 บริษัทชั้นนำญี่ปุ่นเล็งลงทุน $2,000 ล้าน พัฒนาเครือข่ายไร้สายในพม่า
สายการบินพม่าเซ็นซื้อ ATR 12 ลำ ในงานแสดงเครื่องบินลอนดอน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
56 %
ไม่เห็นด้วย 4 คน
44 %
ความคิดเห็นที่ 10 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รบกันทำไมกับพม่าร่วมมือกันดีกว่านับถือศาสดาองค์เดียวกันสามัคคีกันร่วมกันต่อต้านพวกแขกมุสลิมที่มันจะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศมุสลิมภายใน 50 ปีไม่ดีกว่าเหรอ หากไทยเป็นมุสลิมพม่าก็จะไม่เหลือแน่
samilar@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สมัยนั้นไม่มีคำว่าชาติ ทุกคนเป็นข้าของกษัตริย์แต่ละเมือง มีหน้าที่เป็นแรงงานก่อสร้างและผลิตเสบียงอาหาร อยุธยาก็เคยไปกวาดต้อนผู้คนทั้งจากพม่าตอนล่าง จากเขมร สมัยเจ้าอนุวงศ์ สยามก็เผาเวียงจันทร์กวาดต้อนผู้คนมาเป็นแรงงานจนเกือบหมดราชอาณาจักร แต่นั่นก็เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว คนพม่าหลายคนที่สืบเชื้อสายมาจากไทย คนไทยหลายคนก็สืบเชื้อสายมาจากพม่า จากลาว จากเขมร แล้วเราจะเกลียดชังกันไปทำไม พี่น้องกันแท้ๆ
A
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +27 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"ไปดูให้แค้นทำไม"

คห. 2 ไม่สามารถย้ายประเทศไปไกลจากพม่าได้ดอก .. ไทยกับพม่าก็เลิกรบกันมา 200+ ปีแล้ว

... แต่พวกตาน้ำข้าวที่เฉือนดินแดนเราไปกว่าครึ่งประเทศ กลับไม่ค่อยมีใครแค้น มีแต่คนยกย่อง เหมือนเป็นพ่อ(ไม่รู้ตั้งใจหรือเปล่า?)

... และยังให้มันจูงจมูกให้เป็นศัตรูกับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะชาติที่ช่วยกู้ไทยจากพม่า .. และสั่งสอนชาติ(ที่ชอบรับประทาน)สุนัขที่จ้องจะรุกรานเรา

......
ลูกจีนเมืองไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014