หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | อันเสียงเพลง ดนตรีคีตศิลป์์
 

เพลงที่เกี่ยวกับความรัก(12):เพลงแต่ก่อนแต่ไร

ดูวีดีโอประกอบ ดูวีดีโอประกอบจาก Manager Multimedia
โดย คีตา พญาไท 6 พฤษภาคม 2554 16:37 น.
เพลงเด่นดวงเดือน
       คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล/ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน

       ฟ้างามเด่น
       ด้วยจันทร์ผ่องเพ็ญ จึงเห็นแวววาว
       แจ่มจันทร์นั้นพราว
       ล้อมรอบด้วยดาว พร่างพราววิไล
       
       ฟ้างามนั่น
       มีคู่คือจันทร์ คู่ฉันคือใคร
       ฉันมองมองไป
       เนื้อคู่อยู่ไหน คิดไปทุกวัน
       
       แสงจันทร์จ้า
       โลกเราสร้างมา คู่ฟ้าสัมพันธ์
       โลกเราไร้จันทร์
       บนโลกมืดพลัน ด้วยจันทร์หายไป
       
       แสงเยือนหล้า
       จันทร์เจ้าเกิดมาคู่ฟ้าฉันใด
       ฉันยังแคลงใจ
       เนื้อคู่อยู่ไหน คิดไปทุกวัน

       
        เพลงเด่นดวงเดือน เพลงนี้ ก็เป็นอีกเพลงหนึ่ง ที่ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี เป็นผู้ขับร้องคนแรก ซึ่งเป็นชุดเพลงเกี่ยวกับ ดวงเดือน หรือ พระจันทร์ ได้แก่ เพลงเด่นดวงเดือน ( แก้ว อัจฉริยะกุล – เอื้อ สุนทรสนาน ฟ้างามเด่น...) / เพลงเดือนครึ่งดวง ( แก้ว อัจฉริยะกุล – เอื้อ สุนทรสนาน เดือนครึ่งดวงฉายทั่ว...) / เพลงเดือนดวงเด่น ( แก้ว อัจฉริยะกุล – เวส สุนทรจามร แดนฟ้ามีเดือนเด่น...) / เพลงเดือนหงายใจเศร้า ( แก้ว อัจฉริยะกุล – เอื้อ สุนทรสนาน คืนหนึ่งเดือนหงายแจ่มจ้า...) และ เพลงเดือนรุ่ง ( แก้ว อัจฉริยะกุล – สง่า อารัมภีร มองเห็นเดือนรุ่งฟ้า...)
       
        ครูแก้ว อัจฉริยะกุล เน้นคำว่า จันทร์ เอาไว้ในเพลงนี้ ด้วยกัน ๗ คำ คือ ด้วย จันทร์ / แจ่ม จันทร์ / คือ จันทร์ / แสง จันทร์ / ไร้ จันทร์ / ด้วย จันทร์ / จันทร์ เจ้า
       
        เพื่ออธิบายความงดงามของธรรมชาติ ในคืน เดือนเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ที่ พระจันทร์ ส่องแสงสว่างไสวเต็มดวง โดยเปรียบเทียงว่า โลก นั้น คู่กับ พระจันทร์ แต่ตนเองนั้น น่าเวทนาสงสารเป็นยิ่งนัก ที่ไม่รู้ว่าเกิดมาคู่กับใคร เพราะ “... แสงเยือนหล้า จันทร์เจ้าเกิดมา คู่ฟ้าฉันใด ฉันยังแคลงใจ เนื้อคู่อยู่ไหน คิดไปทุกวัน”
       
        เพลงเกี่ยวกับ ความรัก ที่ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล และ ครูเอื้อ สุนทรสนาน แต่งเปรียบเทียบอุปมาอุปมัยถึง พระจันทร์ หรือ ดวงเดือน แล้วให้ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ขับร้อง นั้น ยังมี เพลงรำพึงถึงคู่ รวมอยู่ด้วยอีกเพลงหนึ่ง
        ...
       เพลงรำพึงถึงคู่
       คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล/ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน

       ฉันตรมหนักหนา คราไกลคู่
       ฉันเคยชื่นชู คู่สอง
       แสงเดือนเคยจ้า ชวนมอง
       กลับมัวมืดหมอง มืดมัวทั่วท้อง นภา
       
       แหงนมองดูฟ้า พาใจเศร้า
       ฟ้ามีแต่ดาว เกลื่อนฟ้า
       เห็นดาวระยิบ ไปมา
       เศร้าใจหนักหนา โอ้ดาวพริบตา มาเย้ยได้
       
       ลมเอ๋ย ก่อนเคยโบกพัด
       เงียบดังป่าชัฏ ลมเจ้าไม่พัด โชยไป
       แม้เพียงเรไร เคยเพรียกคู่ใจ
       กลับมาเงียบไป คืนนี้ไยไม่ เพรียกมา
       
       ฉันมองแห่งไหน เงียบไปทั่ว
       หัวใจเต้นรัว หนักหนา
       ทุกสิ่งดูเงียบ แรมรา
       ส่วนฉันนั้นหนา เอ็ดอึงเพราะว่า ใฝ่หาคู่

       
        เพลงรำพึงถึงคู่ นี้ มีท่วงทำนองเรียบๆ ฟังแล้วรื่นหู สบายใจ จากน้ำเสียงที่แสนหวานของ เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ศิลปินแห่งชาติ ผู้ล่วงลับไปไม่กี่ปีมานี้
       
        ครูแก้ว อัจฉริยะกุล เลือกใช้คำที่เก่ไก๋หลายคำ มาประกอบบทเพลง ทำให้ เพลงรำพึงถึงคู่ นี้ มีความไพเราะเพิ่มขึ้น เช่น แสงเดือนเคยจ้า ชวนมองกลับ มัวมืด หมอง มืดมัว ทั่วท้องนภา เห็น ดาว ระยิบ ไปมาเศร้าใจหนักหนา โอ้ ดาว พริบตา มาเย้ยได้ ลมเอ๋ย ก่อนเคย โบก พัด เงียบดัง ป่าชัฏ ลมเจ้าไม่ พัด โชย ไป แม้เพียงเรไร เคย เพรียก คู่ใจ กลับมาเงียบไป คืนนี้ไยไม่ เพรียก มา
       
        ส่วนการเล่นคำ ให้ สัมผัสอักษร ตามสไตล์ของ ครูเพลงชั้นยอด อันดับหนึ่งของไทย ก็คงเป็นเช่นเพลงอื่นๆ เช่น ฉันตรม หนัก หนา ครา (ไกล ) คู่ / ฉัน เคย ชื่นชู คู่ (สอง) / (กลับ) มัว มืด หมอง มืด มัว (ทั่วท้องนภา) / (แหงนดู) ฟาก ฟ้า (พาใจเศร้า) / (แม้) เพียง เรไร เคย เพรียก คู่ (ใจ) / (ทุกสิ่งดูเงียบ) แรม รา / (ส่วนฉัน) นั้น หนา เอ็ด อึง (เพราะว่า ใฝ่หาคู่)
       
        นอกจากนี้ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ยังเลือกใช้ คำว่า คู่ มาตอกย้ำ เหมือนชื่อเพลงอีกด้วย ถึง ๔ คำ คือ
       ฉันตรมหนักหนา ครา ไกลคู่ / ฉันเคยชื่นชู คู่สอง / แม้เพียง เรไร เคยเพรียก คู่ใจ / ส่วนฉันนั้นหนา เอ็ดอึง เพราะว่าใฝ่ หาคู่
       
        ในบรรดา เพลงเกี่ยวกับ ความรัก ที่ เป็นผลงานของ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล นั้น หากฟังหรือร้องกันผ่านๆ โดยไม่ได้สังเกต หรือพิจารณาให้ลึกลงไป ก็จะพบว่า เพลงแต่ก่อนแต่ไร เป็นเพลงที่มีท่วงทำนอง ในแนวการต่อว่าต่อขาน ของ ฝ่ายชาย ที่มีต่อ ฝ่ายหญิง ที่ตนรักใคร่ชอบพออยู่ เหมือนเพลงทั่วๆ ไป
       
        แต่หาก นำเอา เนื้อเพลง ทั้งหมด ของ เพลงแต่ก่อนแต่ไร มาวิเคราะห์กันให้ดี จะเห็นได้ว้า เป็นเพลงที่แสดงถึง การเป็น นักเลงกลอน ที่เป็น นายของภาษา ของ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล อย่างเยี่ยมยอด หาตัวจับยากทั้งในอดีตและแม้ในปัจจุบัน
       
       

       
       เพลงแต่ก่อนแต่ไร
       คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล/ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน

       แต่ก่อนแต่ไร ไม่เห็นว่าดี
       มาบัดเดี๋ยวนี้ กลับเห็นอย่างไร
       ก่อนเธอเมิน บัดนี้เธอมอง คอยจ้องร่ำไป
       ก่อนทำไม ไม่เห็นไยดี
       
       แต่ก่อนแต่ไร ไม่เหลียวไม่แล
       มาเปลี่ยนมาแปร เสียแล้วละซี
       แปลกในใจ แต่ไหนแต่ไร ไม่เคยไยดี
       แต่บัดนี้ จะชิด จะเชย
       
       ฉันครวญ ฉันใคร่
       จนจิตใจ ละเมอ แต่เห็นเธอนิ่งเฉย
       ก่อนไม่ชื่นไม่เชย ก่อนไม่เอ่ยไม่ฟัง
       ทั้งคำสั่ง คำสอน
       
       ไม่ชื่นไม่ชู ไม่รู้จิตใจ
       แต่ก่อนแต่ไร กลับซ้ำทำงอน
       ก่อนเธอชัง บัดนี้เธอชม
       ไม่ชังดังก่อน ให้อาวรณ์ สะท้อนสะเทือน
       
       แต่ก่อนแต่ไร ไม่เห็นไยดี
       มาบัดเดี๋ยวไม่เฉยไม่เชือน
       กลับยินดี บัดนี้น้ำใจ ไม่ลืมไม่เลือน
       กลับทำเบือน บิดพลิ้วคำคม
       
       ไม่เกี่ยงไม่งอน ไม่ค้อนอีกเลย
       จะชื่นจะเชย จะชิดจะชม
       ก่อนไม่พูด ไม่เพ้อไม่พร่ำ ในคำคารม
       เปลี่ยนอารมณ์ กลับนึกเอ็นดู
       
       นึกถึง เมื่อก่อน เธอแง่งอนเหลือใจ
       ยิ่งคิดไป อดสู
       ก่อนไม่ชื่น ไม่ชู
       ก่อนไม่คู่ไม่ควร จึงได้ด่วน เดินหนี
       
       เคยโกรธ เคยเคือง ก็หายชิงชัง
       มาเชื่อมาฟัง เพื่อหวังไมตรี
       เกลียดก็กลาย จากร้ายมาเป็น มาเห็นว่าดี
       กลับทวี แต่รักทุกวัน

       
        เพลงแต่ก่อนแต่ไร เพลงนี้ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ใช้ถ้อยคำธรรมดาๆ ไม่มีศัพท์แสง ต้องแปลหรือ ตีความ เหมือนเพลงอื่นๆ
       
        หาก วิเคราะห์ เจาะลึก บทเพลงในแต่ละวรรคแล้ว จะพบว่า ครูแก้ว อัจฉริยะกุล มี อัจฉริยะ ในด้านภาษาเชิงกลอนเพลงเหนือชั้นมาก ที่สามารถนำเอาคำธรรมดาๆ มา แยกคำ เติมคำ แล้วทำเป็น คำซ้ำ คำซ้อน กลายเป็น คำเข้าคู่ ที่สื่อ ความหมาย และสร้าง อารมณ์ ของเพลง ได้อย่างหาตัวจับยาก เช่น
       
        คำว่า แต่ก่อน แต่ไร มีอยู่ด้วยกัน ๔ วรรค คือ แต่ก่อน แต่ไร ไม่เห็น ว่าดี / แต่ก่อน แต่ไร ไม่เหลียว ไม่แล / แต่ก่อน แต่ไร กลับซ้ำ ทำงอน / แต่ก่อน แต่ไร ไม่เห็น ไยดี
       
        คำว่า ก่อน มีใช้ซ้ำกันถึง ๑๑ คำ คือ แต่ ก่อน แต่ไร / ก่อน เธอเมิน / ก่อน ทำไม ไม่เห็นไยดี / ก่อน ไม่ชื่น ไม่เชย / ก่อน ไม่เอ่ย ไม่ฟัง / ก่อน เธอชัง / ก่อน ทำเบือนบิดพลิ้วคำคม / ก่อน ไม่พูด ไม่เพ้อ ไม่พร่ำ / นึกถึงเมื่อ ก่อน เธอแง่งอนเหลือใจ / ก่อน ไม่ชื่นไม่ชู / ก่อน ไม่คู่ไม่ควร
       
        ส่วนการ แยกคำ และ เติมคำ ให้กลายเป็น คำเข้าคู่ เพื่อให้เกิด ความไพเราะ และมี ความหมาย ที่ไม่เคยเห็นครูเพลงคนไหนทำมาก่อนเลย เช่น เหลียวแล เป็น ไม่เหลียว ไม่แล เปลี่ยน แปร เป็น มาเปลี่ยน มาแปร ชิดเชย เป็น จะชิด จะเชย ครวญใคร่ เป็น ฉันครวญ ฉันใคร่
       
        ชื่นเชย เป็น ไม่ชื่น ไม่เชย เอ่ยฟัง เป็น ไม่เอ่ย ไม่ฟัง/สั่งสอน เป็น คำสั่ง คำสอน ชื่นชู เป็น ไม่ชื่น ไม่ชู / สะท้อน สะเทือน เฉยเชือน เป็น ไม่เฉย ไม่เชือน / ลืมเลือน เป็น ไม่ลืม ไม่เลือน เกี่ยงงอน เป็น ไม่เกี่ยง ไม่งอน / ชื่นเชย เป็น จะชื่น จะเชย ชิดชม เป็น จะชิด จะชม / พูดเพ้อพร่ำ เป็น ไม่พูด ไม่เพ้อ ไม่พร่ำ ชื่นชู เป็น ไม่ชื่น ไม่ชู / คู่ควร เป็น ไม่คู่ ไม่ควร โกรธเคือง เป็น เคยโกรธ เคยเคือง เชื่อฟัง เป็น มาเชื่อ มาฟัง
       
        ครูแก้ว อัจฉริยะกุล เลือกสรร ใช้ถ้อยคำได้ยอดเยี่ยมอย่างนี้ จึงถือว่า อัจฉริยะ สมกับ นามสกุล อย่างที่สุด
       
        คราวหน้า หากจะร้อง เพลงแต่ก่อนแต่ไร ลองเอาเนื้อเพลงมาวิเคราะห์กันดู จะทำให้ได้ อรรถรส ของการร้องเพลงเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ทีเดียว (อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ข่าวล่าสุด ในหมวด
อาลัย ครูสุรัฐ พุกกะเวส
ระลึกถึง สุรัฐ พุกกะเวส นักแต่งเพลงผู้จากไป
ครูสุรัฐ พุกกะเวส กับ ครูสมาน กาญจนะผลิน : เพลงพรพี่
ครูสุรัฐ พุกกะเวส กับ ครูสง่า อารัมภีร (ตอนจบ) : เพลง ตุ๊กตาทอง
ครูสุรัฐ พุกกะเวส กับ ครูสง่า อารัมภีร (ตอนที่ 2) : เพลง เกล็ดแก้ว
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 5 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014