หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สามีตีตรา

สามีตีตรา ตอนที่ 6

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กุมภาพันธ์ 2557 08:54 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สามีตีตรา ตอนที่ 6
       สามีตีตรา ตอนที่ 6
       
       เช้าวันใหม่...เครื่องสินสอดตั้งอยู่บนโต๊ะ ผู้ใหญ่นั่งอยู่พร้อมหน้า พิศุทธิ์นั่งรอกะรัตอยู่กลางวง ท่านชายอ๊อดยิ้มอย่างภูมิใจ หม่อมมลุลีเชิดคอตั้ง พวงหยกมองเนื้อแพรแบบหมั่นไส้ พร้อมมองขวางกฤชไม่ให้มองเนื้อแพร
       “ผมดีใจจริงๆที่ครอบครัวของเราจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วนะครับ”
       ท่านชายอ๊อดเอ่ยขึ้น พวงหยกสวน
       “นี่มันหายนะชัดๆที่จะต้องมาดองกับพวกกาฝาก...”
       กฤชกัดฟันพูดกับพวงหยก
       “ขอสักวันเถอะคุณ วันนี้วันเกิดลูกด้วย ถือว่าให้ของขวัญลูก”
       “ฉันไม่น่าให้มันเกิดเลยจริงๆ”
       เจ้าสัวบัญชามองพวงหยกอย่างรำคาญแล้วหันไปตะโกนถาม
       “อากั้ง เสร็จรึยังได้ฤกษ์แล้วนะ”
       กันตาโผล่มาตะโกนบอกทุกคน
       “เจ้าสาวมาแล้วค่า”
       พิศุทธิ์หันมองไปตามเสียงเห็นกะรัตที่ค่อยๆเดินลงมาในชุดไทยสวยสง่า สายตาพิศุทธิ์ มองกะรัตเต็มไปด้วยความรัก กันตาประคองกะรัตมา ก่อนจะแยกตัวไปนั่งกับกุนตี กะรัตกับพิศุทธิ์มองหน้ากันอย่างมีความสุข
       
       พิศุทธิ์กับกะรัตกราบผู้ใหญ่แต่ละฝ่าย...พิศุทธิ์สวมแหวนให้ กะรัตไหว้พิศุทธิ์...กะรัตสวมแหวนให้พิศุทธิ์ สองคนหอมแก้มกัน แสงแฟลชแวบวาบ
       เจ้าสัวบัญชายิ้มปลื้ม กุนตี กันตา นวล ยิ้มดีใจแทนกะรัต เนื้อแพรดีใจแทนพิศุทธิ์ ท่านชายอ๊อดรู้สึกชีวิตเริ่มมั่นคง หม่อมมลุลี ก็ยังเชิดๆ พวงหยกเซ็งจัด เมื่อสวมแหวนเสร็จก็ลุกขึ้นไปก่อนใคร พิศุทธิ์มองอย่างไม่สบายใจ กะรัตจับมือพิศุทธิ์อย่างให้กำลังใจ
       
       พิธีรดน้ำสังข์จัดขึ้นในห้องโถง กันตายื่นสังข์ให้เจ้าสัวบัญชารด น้ำให้กะรัตกับพิศุทธิ์ คนแรก เจ้าสัวรดน้ำสังข์พร้อมให้พร
       “จะลงเรือลำเดียวกัน ก็ต้องช่วยกันพามันไป ไปได้ไกลแค่ไหนมันอยู่ที่พลังใจของเรานะ...กั้งเลือก คุณพิศุทธิ์มาร่วมใช้ชีวิตคู่แล้ว ก็จนมั่นใจในตัวเขา...จำคำก๋งไว้นะลูก”
       เจ้าสัวบัญชารดน้ำสังข์เสร็จ ลูบหัวกะรัตด้วยความรัก แล้วเดินออกไป หม่อมมลุลีเข้ามารดน้ำสังข์ต่อ ให้พรพิศุทธิ์
       “หลานรักของย่าขอให้คุณพระคุ้มครองนะลูกนะ ให้ปลอดภัยจากกาลกิณี...” หม่อมมลุลีปรายตามองกะรัต “ขอให้อายุของชายยืนยาวอย่าโดนอาเพศใดๆมาเป็นคนในราชสกุลฉัน ก็ช่วยทำตัวให้สูงส่ง อย่าให้ใครพูดได้ว่าฉันเอาผู้หญิงไร้กำพืดมาเป็นสะใภ้”
       หม่อมมลุลีรดน้ำสังข์เสร็จแล้วเดินออกไป ท่านชายอ๊อดเดินเข้ามารดน้ำสังข์ต่อ
       “รักกันนานๆนะลูก ยิ่งลูกครองรักกันนานเท่าไร พ่อก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น ยิ่งมีลูกมาคล้องใจ พ่อก็ยิ่งสบายใจ”
       พิศุทธิ์มองท่านชายอ๊อดอย่างอดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่เคยอคติกะรัต ทำไมตอนนี้ถึงกลับเอ็นดู ท่านชายอ๊อดเดินออกไป กฤชเดินเข้ามารดน้ำสังข์ต่อ
       “ใจเขา...ใจเรานะลูก...อย่างที่พ่อเคยบอก บ้านนั้นต้องมีหลายเสาค้ำจุนทั้งความรัก ความเชื่อใจ ไว้ใจ และให้อภัย บ้านถึงจะมั่นคง ไม่สั่นคลอน”
       กฤชยิ้มให้กะรัตและพิศุทธิ์ แล้วเดินออกไป พวงหยกเดินเข้ามารดน้ำสังข์ต่อ มองพิศุทธิ์เหยียดๆ
       “อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่านายหวังอะไรจากลูกสาวฉันถ้าฉันยังอยู่ ฉันจะดูแลสมบัติแทนลูกโง่ๆของฉันเอง”
       “แม่” กะรัตหน้าเสีย
       พวงหยกรดน้ำให้กะรัต
       “แกก็เหมือนกัน ฉันขอดีใจกับแกด้วย ผัวเก่าตายไปเป็นเดือน คืนนี้ได้ผัวใหม่ ก็ขอให้สถานบันเทิงของแกเปิดใช้การ สนุกให้เต็มที่”
       กันตา กุนตี กะรัตหน้าตื่น
       “แม่”
       กุนตีกระซิบพวงหยก
       “พูดอะไรก็นึกถึงกั้งบ้าง ยังไงกั้งก็เป็นผู้หญิงนะแม่”
       “ผู้หญิงสามผัว มันไม่มีอะไรให้นึกถึงแล้ว”
       พวงหยกเดินสะบัดออกไป กันตา กุนตี กะรัตมองตามอย่างเซ็งๆ พิศุทธิ์เอื้อมมือไปจับมือ ให้กำลังใจ กะรัตยิ้มให้ เนื้อแพรเดินเข้ามารดน้ำสังข์ต่อ
       “จำไว้ว่าชีวิตคู่คือชีวิตของคนสองคน จะดี จะร้าย ลูกสองคนต้องจับมือยึดมั่นประคับประคองกันไว้ หากวันนึงมีบุคคลที่สาม ก็จงเชื่อมั่นในคนของเราไว้ก่อน ใครก็มาแทรกกลางไม่ได้”
       
       พิศุทธิ์มองเนื้อแพรอย่างเข้าใจว่าเนื้อแพรตั้งใจพูดสื่อถึงมือที่สามคือสายน้ำผึ้ง กะรัตกับพิศุทธิ์ยกมือไหว้คำอวยพรของเนื้อแพร แขกคนอื่นๆทยอยเข้ามา รดน้ำสังข์ต่อ

สามีตีตรา ตอนที่ 6
       กะรัตกับพิศุทธิ์นั่งอยู่ที่โซฟารับแขก มีเจ้าสัวบัญชา หม่อมมลุลี ท่านชายอ๊อด กฤช กันตา กุนตี นั่งเป็นพยาน เจ้าหน้าที่เขตนั่งอยู่
       “เสร็จพิธีตอนเช้าแล้ว ทีนี้...เราก็มาสู่ขั้นตอนจดทะเบียนสมรสกันเลยนะครับ”
       ท่านชายอ๊อดเอ่ยขึ้น กฤชหันไปหาเจ้าหน้าที่
       “งั้นเชิญคุณพิภพ ท่านเป็นเจ้าหน้าที่เขต กรุณาสละเวลามาเป็นเจ้าหน้าที่ จดทะเบียนสมรสให้พิศุทธิ์กับกั้งวันนี้ครับ”
       เจ้าหน้าที่ยกมือไหว้ทุกคน แล้วหยิบเอกสารการจดทะเบียนสมรสส่งให้ กะรัตมองใบทะเบียนสมรสอย่างมีความสุขที่สุด เพราะในชีวิตของเธอไม่เคยได้ครอบครองสิ่งนี้มาก่อน
       “คุณรู้ไหมคะ ถึงกั้งจะแต่งงานมาสามครั้ง แต่กั้ง ไม่เคยเป็นเมียใครอย่างเต็มตัวสักครั้ง และนี่เป็นครั้งแรก ที่กั้งจะได้ เป็นภรรยาของคุณอย่างเต็มตัวและเต็มใจ คุณจะเป็นเจ้าของตัวกั้ง กั้งจะเป็นเจ้าของตัวคุณ จะไม่มีใครมาพรากเราจากกันได้” กะรัตยิ้มให้พิศุทธิ์
       กันตากับกุนตีฟังกะรัตพูดแล้วก็แอบไม่สบายใจ เพราะรู้สึกว่าพิศุทธิ์กำลังจะเข้าสู่กรอบที่ กะรัตกำลังจะวาดไว้ เจ้าสัวบัญชารู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน
       กะรัตหยิบปากกาจะจรดเซ็นต์ชื่อลงใบทะเบียนสมรส ทันใดนั้นพวงหยก เดินเข้ามาพร้อมทนาย
       “เดี๋ยวก่อน”
       ทุกคนหันไปมองพวงหยก
       “คุณทนาย...เชิญจัดการได้เลยค่ะ”
       ทนายเดินไปนั่งแล้วหยิบเอกสารออกจากกระเป๋า ทุกคนมองพวงหยกและทนายอย่างงงๆ
       “นี่มันอะไรกันน่ะแม่” กะรัตถามอย่างไม่เข้าใจ
       “ก็รักษาผลประโยชน์ให้แกไง อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่า ก่อนแต่งแกผลาญอะไร ของก๋งไปให้ผัวแก”
       “แม่พูดอะไรนะ” กะรัตชะงัก
       “ก็เรือนหอราคาหลายสิบล้านของแกไง”
       เจ้าสัวบัญชา กะรัตและพิศุทธิ์ชะงักที่พวงหยกรู้
       “ฉันจะไม่ยอมให้แกโง่เสียรู้ผัวแกไปมากกว่านี้อีกแล้ว ฉันเลยให้ทนายจัดการสลักหลัง ไว้ว่าก่อนผัวแกมา มันมีสมบัติอะไรบ้าง ส่วนแกมีอะไร อย่าหวังจะมาชุบมือเปิบ เป็นสินสมรสหมด”
       ท่านชายอ๊อดเคืองขึ้นมาทันที
       “คุณพวงหยกพูดอย่างนี้ ผมถือว่าเป็นการดูถูกเกียรติวงศ์สกุลผมนะครับ”
       “ก็ดูถูกน่ะสิค่ะ ดิฉันไม่ได้ดูผิดอะไรเลย” พวงหยกหันไปทางทนาย “จัดการเลยค่ะ คุณทนาย”
       “เดี๋ยวก่อนครับ” พิศุทธิ์ขัดขึ้น
       ทุกคนหันไปมองทางพิศุทธิ์ พวงหยกมองพิศุทธิ์แล้วหัวเราะเสียงเยาะเย้ย
       “แหมๆ ไม่ทันไรก็ลายงกสมบัติออกซะแล้วนะคุณชาย รีบห้ามอย่างนี้ กลัวจะไม่ได้สมบัติของลูกฉันใช่ไหม”
       “เปล่าครับ แต่ผมจะบอกว่า ถ้าเรื่องสลักหลัง คุณพวงหยกไม่ต้องให้ทนายทำหรอกครับ เพราะผมให้ทนายของผมจัดการไว้เรียบร้อยแล้ว”
       เนื้อแพรเดินเข้ามาพร้อมทนายของพิศุทธิ์
       “ขอโทษค่ะที่มาช้า นี่คือคุณขจร ทนายของเนื้อแพรค่ะ”
       ขจรยื่นเอกสารให้พิศุทธิ์ดู
       “นี่ครับ เป็นเอกสารแสดงทรัพย์สินของคุณพิศุทธิ์ครับ ส่วนของคุณกะรัต ผมคงต้องขอให้ระบุกันไว้ตรงนี้ครับ แต่ถ้าต้องใช้เวลา จะรอหลังเสร็จพิธีก่อนก็ได้ครับ”
       เจ้าสัวบัญชาหันมาหาพวงหยก
       “เจอลูกเขยที่รู้ใจลื้อแบบนี้ ถูกใจลื้อรึยัง...อาหยก”
       พวงหยกสะบัดหน้าไม่พอใจ กฤชยิ้มสะใจกับนิสัยรักสมบัติมากกว่ารักหน้าลูกของพวงหยก ท่านชายอ๊อดไม่พอใจพิศุทธิ์
       “ไม่รู้แม่มันให้กินข้าวหรือกินหญ้า”
       เนื้อแพรมองท่านชายอ๊อดอย่างเอาเรื่อง ท่านชายอ๊อดทำเฉไฉมองทางอื่น กะรัตเข้าไปหาพิศุทธิ์
       “กั้งขอโทษที่แม่ทำแบบนี้ แต่คุณไม่ต้องทำอย่างที่แม่ บอกก็ได้นะคะ”
       “ถึงแม่คุณไม่บอก ผมก็ตั้งใจจะทำอยู่แล้ว เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าที่ผมแต่งงานกับคุณ เพราะผมรักที่ตัวคุณ ไม่ใช่เงินทองที่คุณมี อีกอย่าง...เอกสารพวกนี้ก็ไม่สำคัญอะไร เพราะเราไม่คิดที่จะเลิกกันอยู่แล้ว”
       กะรัตกอดพิศุทธิ์อย่างรักหมดหัวใจ
       “กั้งคิดไม่ผิดจริงๆที่รักคุณทั้งหัวใจ”
       เจ้าสัวบัญชาตัดบท
       “อย่าเพิ่งแสดงความรัก มาจดทะเบียนกันก่อน”
       กะรัตกับพิศุทธิ์จูงมือกันไปนั่งที่โซฟา หยิบปากกาจรดเซ็นชื่อพร้อมกัน เจ้าหน้าที่เขตตรวจสอบทะเบียนสมรสว่าเรียบร้อยแล้ว
       “ยินดีด้วยครับ คุณสองคนเป็นสามีภรรยาที่สมบูรณ์แล้วครับ”
       กะรัตกับพิศุทธิ์ยิ้มให้กัน กันตา กุนตี กฤช เนื้อแพร เจ้าสัวบัญชามองพิศุทธิ์กับกะรัตยิ้มมีความสุขไปด้วย ท่านชายอ๊อด หม่อมมลุลีมองพิศุทธิ์กับกะรัตอย่างหมั่นไส้
       
       ท่านชายอ๊อดเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกมาในสวน
       “ไอ้ลูกโง่ ทำไมมันไม่ได้เลือดผมไปสักนิด”
       หม่อมมลุลีตามมา
       “ชายจะทำอะไร ก็อย่าให้มันกระโตกกระตากนัก เจ้าสัวไม่ใช่คนโง่ที่จะให้ชายเอาเปรียบเขาได้ ไม่งั้นเขาไม่ให้เงินชายแลกกับหุ้นใน บริษัทหรอก”
       “โชคยังดีที่แม่หนูกะรัตยังหลงไอ้พิศุทธิ์อยู่ ยังไงผมก็ยังมีข้อต่อรอง”
       “หวังว่ามันไม่ตายไปซะก่อนเพราะ เพราะนังเมียกินผัวของมันหรอกนะ”
       หม่อมมลุลีถอนใจ แต่ท่านชายอ๊อดยังมีความหวัง
       
       กะรัตกอดใบทะเบียนสมรสยิ้มดีใจ
       “กั้งมีความสุขที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่ทำทุกอย่างเพื่อกั้ง”
       “มันก็แค่กระดาษใบหนึ่ง ไม่คิดว่าคุณจะดีใจขนาดนี้”
       “แต่มันเป็นกระดาษที่บอกว่าคุณเป็นของกั้งอย่างแท้จริง”
       พิศุทธ์สะดุดหูนิดนึงเรื่องที่กั้งอยากเป็นเจ้าของเขา
       “ถ้าใจผมไม่อยู่กับคุณ แค่กระดาษแผ่นเดียวรั้งตัวผมไว้ได้หรอกนะ แต่ที่ผมอยู่กับคุณที่นี่ ตรงนี้ เพราะว่าผมรักคุณ”
       “สามีใครน๊า...ปากหวานจัง แบบนี้กั้งรักตายเลย”
       พิศุทธิ์ตัดสินใจพูดเรื่องสายน้ำผึ้ง
       “กั้ง ผมขออะไรคุณสักอย่างได้มั้ย”
       “ขอหลายอย่างก็ได้ค่ะ ถ้าเป็นคุณ...กั้งให้ได้แม้แต่ชีวิตกั้งเอง”
       “ผมแค่อยากบอกว่าในเมื่อเรากำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผมอยากให้คุณ ลืมเรื่องเก่าๆซะ เลิกผูกใจเจ็บเลิกโกรธแค้นใครๆซะที”
       “ใครบ้างล่ะค่ะ อ๋อ คุณหมายถึงพวกแฟนเก่าๆของกั้งใช่มั้ย”
       “นั่นก็ส่วนนึงครับ แต่ที่ผมหมายถึงนี่ ผมหมายถึง...”
       กะรัตมองพิศุทธิ์อย่างอยากรู้ แต่นวลโผล่พรวดเข้าห้องมา
       “อุ้ยตาย ผิดจังหวะไปหน่อย นวลขอโทษค่ะ”
       “นวล โผล่มาทำไม”
       “คุณกุ้งให้นวลขึ้นมาตามคุณกั้งกับคุณพิศุทธิ์ค่ะค่ะ ว่าได้เวลาไปเตรียมตัวที่โรงแรมแล้วค่ะ”
       “อุ้ยตาย จริงด้วย งั้นเรารีบไปกันเถอะค่ะ”
       
       กะรัตรีบเดินไปกับนวล พิศุทธิ์มองกังวล

สามีตีตรา ตอนที่ 6
       เย็นนั้น สายน้ำผึ้งนั่งที่โซฟา รสสุคนธ์นั่งตรวจการบ้านเด็กอยู่ สายน้ำผึ้งเหลือบมองรสสุคนธ์ คิดอะไรบางอย่าง
       “หิวจัง”
       “น้าทำราดหน้าไว้ เดี๋ยวน้าจัดให้นะ”
       “ผึ้งไม่อยากกินราดหน้า” สายน้ำผึ้งพูดเสียงอ้อน “น้ารสไปซื้อเกี๊ยวน้ำปู หน้าปากซอยให้ผึ้งหน่อยนะ”
       รสสุคนธ์ถอนใจ
       “ก็ได้ เดี๋ยวน้าไปซื้อให้ แล้วผึ้งอย่าลุกไปไหนนะ”
       “รู้แล้วน่า”
       รสสุคนธ์เดินไปหยิบกระเป๋าเงินแล้วเดินออกไป สายน้ำผึ้งมองน้าที่เดินออกไป อย่างตัดสินใจบางอย่าง
       
       ค่ำนั้น พิศุทธิ์กับกะรัตยืนถ่ายรูปกับแขกอยู่ที่ซุ้มดอกไม้หน้าทางเข้างาน กันตา กุนตีและนวลคอยช่วยยกชายกระโปรงและเสิร์ฟน้ำให้เจ้าสาว เจ้าบ่าว
       “คืนนี้คุณสวยมากรู้ไหม”
       พิศุทธิ์มองของกะรัตที่ยิ้มแย้ม
       “กั้งรู้อยู่แล้วว่ากั้งสวย”
       “ผมหมายถึงชุดที่คุณตัดต่างหาก” พิศุทธิ์แกล้งหยอก
       “คุณพิศุทธิ์” กะรัตแกล้งตีแขนพิศุทธิ์
       “ผมล้อเล่น”
       “กั้งจะสวยกว่านี้อีกนะ...ตอนไม่ใส่ชุดน่ะ”
       พิศุทธิ์ชะงักเขินไม่คิดว่าเธอจะเล่นแบบนี้ กะรัต กันตา กุนตียิ้มขำ พิศุทธิ์หน้าเก้อ แขกทยอยเข้ามาขอถ่ายรูปกะรัตกับพิศุทธ์ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข
       
       สายน้ำผึ้งหยิบราตรีสีดำออกมาจากตู้ มองตัวเองในกระจกอย่างใช้ความคิด สายน้ำผึ้งจะเดินออกจากห้องน้ำ ทันใดนั้นเธอรู้สึกเจ็บท้องจับท้อง แล้วสูดลมหายใจเก็บกลืนความเจ็บท้องนั้น แล้วยืดตัวขึ้นเดินหน้าออกจากห้องน้ำต่อไป
       
       ในห้องบอลลูม...เจ้าสัวบัญชาและหม่อมมลุลี อยู่บนเวทีร่วมกับกะรัตและพิศุทธิ์ พร้อมคล้องพวงมาลัยให้เจ้าบ่าว เจ้าสาว และกล่าวอวยพร
       จากนั้นกะรัตกับพิศุทธิ์กำลังช่วยกันตัดเค้กแต่งงานด้วยหน้าตามี ความสุข แล้วพากันไปยืนอยู่บนเวทีเตรียมพร้อมจะโยนช่อดอกไม้ให้ เพื่อนเจ้าสาวในงาน พิธีกรประกาศ
       “เชิญสาวโสดในงานมายืนที่หน้าเวทีเลยนะครับผม”
       นวลรีบวิ่งไปยืนหน้าเวทีคนแรกตะโกนบอกกะรัต
       “คุณกั้งขา นวลอยู่ทางนี้นะคะ”
       กันตาลุกขึ้นพร้อมกับดึงมือกุนตีไปที่หน้าเวทีด้วย
       “ไม่เอา พี่ไม่ไป” กุนตีไม่ยอมลุก
       “ไปเถอะ เผื่อพี่รับช่อดอกไม้ได้ พี่จะได้สลัดจากคาน”
       “ถ้าลงจากคานแล้วชีวิตต้องวุ่นวายอย่างพวกเธอ พี่อยู่บนคานสบายกว่า”
       “ไม่รู้ล่ะ พี่กุ้งต้องไปกับก้อย”
       กันตาดึงกุนตีให้ลุกขึ้นจนได้ แล้วหันไปทางพวงหยก
       “แม่ไปรับช่อดอกไม้ด้วยกันไหม เผื่อแม่รับได้ อาจได้กิ๊กใหม่มายั่วพ่อ”
       “จะหากิ๊กมาทำไม ชีวิตฉันอยู่คนเดียวได้ ไม่ได้ตัณหากลับเหมือนพ่อแก”
       กฤชนั่งถอนใจเซ็ง กันตามองพ่อแล้วยิ้มแหยๆขอโทษที่ทำให้พ่อโดนแม่เหน็บ
       “พี่กั้ง ก้อยกับพี่กุ้งอยู่ตรงนี้นะ”
       กันตาดึงกุนตีไปที่หน้าเวที นวลกระโดดตัดหน้ากันตา
       “นวลก็อยู่ตรงนี้ค่ะ”
       กะรัตกับพิศุทธิ์หัวเราะกับความคึกคักของสาวๆ
       “โอเค...จะโยนแล้วนะ ใครรับได้ ขอให้เป็นเจ้าสาวคนต่อ ไป”
       กะรัตโยนช่อดอกไม้ออกไป ช่อดอกไม้ลอยละล่องอยู่ในอาการศกลุ่มสาวๆ กระโดดเอื้อมมือเพื่อจะคว้าให้ได้ แต่ไม่มีใครเอื้อมถึง ช่อดอกไม้ค่อยๆ ลดความสูงลงต่ำ แล้วร่วงหล่นที่พื้น
       สาวๆหันไปมองช่อดอกไม้เป็นตาเดียวกันแล้วทุกคนต้องชะงักเมื่อเห็นว่าช่อดอกไม้นั้นหล่นอยู่แทบเท้าใครบางคน ทุกคนมองที่คนๆนั้นอย่างชะงักเพราะคนที่ยืนอยู่คือ พวงหยก นวลโพล่งออกมา
       “คุณนายแอบมารับช่อดอกไม้เหรอคะ”
       พวงหยกหน้าเหวอ
       “จะบ้าเหรอ ฉันจะไปห่องน้ำย่ะ”
       พวงหยกรีบเดินออกไป สายน้ำผึ้งยืนอยู่ด้านหลังพวงหยก กะรัตมองสายน้ำผึ้งอย่างอึ้ง พิศุทธิ์เองก็ชะงักคาดไม่ถึง ทุกคนมองสายน้ำผึ้งชะงัก
       “นังผึ้ง”
       สายน้ำอยู่ในชุดราตรีคลุมท้องสีดำยืนยิ้มให้กะรัต หม่อมมลุลีมองสายน้ำผึ้ง แล้วพูดเสียงเยาะ
       “งามหน้าแน่งานนี้ชายอ๊อด”
       ท่านชายอ๊อดมองสายน้ำผึ้งว่าเป็นใคร สายน้ำผึ้งค่อยๆก้มลงหยิบ ช่อดอกไม้ขึ้นมา
       “นี่ฉันจะได้แต่งงานเป็นคนต่อไปเหรอเนี่ย”
       กะรัตรีบลงจากเวทีพุ่งเข้าไปหา พิศุทธิ์รีบเดินตาม กะรัตปัดช่อดอกไม้ จากมือสายน้ำผึ้ง
       “อย่า...กั้ง” พิศุทธิ์จับตัวกะรัตไว้ไม่ให้เข้าใกล้สายน้ำผึ้ง
       “แกมาทำไม” กะรัตยังคงจะเอาเรื่อง
       
       สายน้ำผึ้งส่งเค้กที่เตรียมมา ให้กะรัตเป่าเทียน
       “Happy Birthday จ้ะกั้ง เป่าเค้กก่อนสิจ้ะ”
       “ฉันไม่เป่าเค้กเน่าๆของแกหรอก”
       สายน้ำผึ้งยิ้มเยาะกะรัต
       “ไม่เป็นไร ถ้าเธอไม่เป่า ฉันเป่าแทนให้ เพราะฉันชอบทำอะไรแทนเพื่อนอยู่แล้ว”
       สายน้ำผึ้งท้าท่าเป่าเค้กยั่ว กะรัตสะบัดมือจากการจับของพิศุทธิ์ แล้วปัดเค้กออกจากมือสายน้ำผึ้ง โครม แล้วยืนประจัน หน้าจ้องหน้า
       “จำใส่หัวแกไว้นะนังผึ้ง ฉันไม่เคยมีเพื่อนสารเลวอย่างแก ออกไปจากงานฉันเดี๋ยวนี้ แกจะไปตายโหงตามผัวแกก็ไป๊”
       สายน้ำผึ้งจุ๊ปาก
       “จุ๊...จุ๊...จุ๊...อย่าพูดอัปมงคลอย่างนั้นสิกั้ง เขาบอกว่าคนเราจะดีหรือร้ายนั้นขึ้นอยู่ที่คำพูด เพราะเธอเป็นคนอย่างนี้ไง ชีวิตเธอถึงได้ อับปาง”
       “นังผึ้ง ฉันบอกให้แกออกไปจากงานของฉัน หรือจะให้ฉันจับแกโยนออกไป”
       กะรัตจะพุ่งเข้าใส่สายน้ำผึ้งแต่พิศุทธิ์พยายามดึงตัวไว้ สายน้ำผึ้งยิ้มเยาะ
       “ไม่เอาน่ากั้ง ถึงเธอไม่อยากให้ฉันมา แต่เพื่อนร่วมงานของฉันอยากให้ฉันมา”
       “ใครเป็นเพื่อนร่วมงานของแก”
       สายน้ำผึ้งมองไปทางพิศุทธิ์ ทั้งพิศุทธิ์และเนื้อแพรรู้สึกว่าเกิดเรื่องแน่ที่
       “ยินดีด้วยนะคะคุณพิศุทธิ์” สายน้ำผึ้งยิ้มให้พิศุทธิ์
       กะรัตรู้ว่าพิศุทธิ์ปิดเรื่องทำงานกับสายน้ำผึ้งหันไปมองจ้องเขา
       “หมายความว่ายังไง”
       สายน้ำผึ้งทำหน้าซื่อ
       “อ้าว คุณพิศุทธิ์ไม่เคยบอกกั้งเหรอคะว่าเราทำงานด้วยกัน”
       กะรัตชะงัก จ้องพิศุทธิ์อย่างโกรธ
       “จริงเหรอคุณพิศุทธิ์”
       “อย่าทำแบบนี้เลยครับคุณผึ้ง ผมขอร้อง”
       พิศุทธิ์มองสายน้ำผึ้ง กะรัตโวยวาย
       “ตกลงคุณรู้จักมันจริงๆใช่ไหม แล้วทำไมคุณไม่บอกฉัน”
       “ไม่ใช่แค่รู้จักนะกั้ง แต่เราสนิทกันมากเลยล่ะจ้ะเพราะว่าเราสองคนเจอกันทุกวัน ใช่มั้ยคะคุณพิศุทธิ์”
       “พอเถอะคุณผึ้ง” พิศุทธิ์เสียงเข้ม
       “เพื่อคุณพิศุทธิ์ ผึ้งหยุดก็ได้ค่ะ” ส่ายน้ำผึ้งพูดกับกะรัต “ขอให้คืนนี้เธอกอบโกยอ้อมกอดของสามีคนใหม่ให้มากๆนะ เพราะคืนนี้เขาอาจ เป็นของเธอ แต่คืนต่อไป...” สายน้ำผึ้งเข้ามากระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน “อาจเป็นของคนอื่นอีกก็ได้ เหมือนตอน คุณภูไง”
       “นังผึ้ง ฉันจะไม่ปล่อยให้แกทำลายชีวิตฉันอีกต่อไป”
       กะรัตคลั่ง พุ่งจะเข้าตบสายน้ำผึ้งแต่พิศุทธ์มาดึงไว้ กะรัตพยายามสะบัดฟาดงวงฟาดงานผลักคนที่ เข้ามาห้ามจนคนเซไปชนสายน้ำผึ้งเซไปชนโต๊ะล้ม โครม
       “โอ๊ย”
       ทุกคนในงานมองเหตุการณ์อย่างตกใจ กะรัตยังขาดสติ จะพุ่งเข้าไปหาสายน้ำผึ้ง
       “อย่ามาทำสำออยนังงูพิษ”
       พิศุทธิ์รีบตะครุบจับตัวกะรัตไว้
       “ใจเย็นๆก่อนกั้ง”
       กะรัตอาละวาด พยายามสะบัดตัวเพื่อเข้าไปตบสายน้ำผึ้ง
       “ปล่อยกั้ง มันคิดจะแย่งคุณเหมือนที่มันแย่งคุณภูไป กั้งไม่เอามันไว้แน่”
       พิศุทธิ์สะดุดไปนิดกับประโยคนี้ สายน้ำผึ้งจับท้องอย่างเจ็บมาก
       “โอ้ย...ผึ้งปวดท้อง ช่วยด้วย”
       กันตามองที่กระโปรงของสายน้ำผึ้งเห็นเลือดไหลออกมาจากหว่างขา
       “พี่กุ้งโทรเรียกรถพยาบาลเร็ว พี่ผึ้งกำลังจะคลอด”
       กะรัตชะงัก พิศุทธิ์จะเข้าไปช่วยสายน้ำผึ้ง กะรัตดึงแขนไว้
       “อย่าช่วยมันนะ”
       “เห็นอย่างนี้ ผมไม่ช่วยไม่ได้หรอก”
       พิศุทธิ์ก้มลงไปอุ้มสายน้ำผึ้งแล้วพาออกไปจากห้องบอลลูม กะรัตมองตาม ด้วยความโกรธแค้น
       “คุณพิศุทธิ์ กลับมานะ”
       “ใจเย็นๆกั้ง”
       กุนตีเข้ามากอดกะรัตให้มีสติ กะรัตโวยวายไม่ยอมให้พิศุทธิ์ไปกับสายน้ำผึ้ง
       พิศุทธิ์อุ้มสายน้ำผึ้งไปที่ประตูห้องบอลลูม ใบหน้าสายน้ำผึ้งที่อยู่ในอ้อมกอดพิศุทธิ์มอง กะรัตแล้วยิ้มเยาะ รำพึงในใจ
       
       “คราวนี้...ถึงคราวที่ฉันเป็นฝ่ายได้บ้าง นังกั้ง”

สามีตีตรา ตอนที่ 6
       บุรุษพยาบาลเข็นร่างสายน้ำผึ้งไปทางห้องคลอดอย่างรีบร้อน พิศุทธิ์และกันตาวิ่งตามมา สายน้ำผึ้งเจ็บปวดท้องมากพยายามผงกหัวตัวเองขึ้นมาดูสภาพของตัวเอง เห็นเลือดเต็มขาตัวเอง
       “ลูก…ลูก…อย่าเป็นอะไรนะลูก…ลูก”
       สายน้ำผึ้งคร่ำครวญ น้ำตาไหลพรากเมื่อคิดถึงว่ากำลังจะเสียลูกไป พิศุทธิ์กับกันตามองสายน้ำผึ้งอย่างเห็นใจ แต่ใจนึงก็ห่วงกะรัตที่ถูกทิ้งในงานแต่งคนเดียว พิศุทธิ์บอกกับกันตา
       “ยังไงฝากคุณกันตาด้วยนะครับ ผมจะรีบกลับไป...”
       พิศุทธิ์ยังไม่ทันพูดคำว่าหากะรัต สายน้ำผึ้งรีบยื่นมือมาไขว่คว้าแขนของพิศุทธิ์ไว้ทันที
       “คุณพิศุทธิ์ ช่วยผึ้งด้วย... ผึ้งกลัว”
       พิศุทธิ์กับกันตามองสายน้ำผึ้งอย่างหนักใจ
       “ผมส่งคุณถึงมือหมอแล้ว ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วครับ”
       พิศุทธิ์บอกอ้อมๆว่าหมดหน้าที่เขาแล้ว เขารับผิดชอบเท่าที่ควรทำแล้ว บุรุษพยาบาลเข็นร่างสายน้ำผึ้งมาที่หน้าห้องคลอด พยาบาลเปิดประตูห้อง สายน้ำผึ้งยังจับมือพิศุทธิ์ไว้
       “แล้วถ้าลูกของผึ้งเป็นอะไรไปล่ะคะ ผึ้งจะทำยังไง...ลูกของผึ้งไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย กั้งทำแบบนี้ทำไม…กั้งทำได้ยังไง”
       พิศุทธิ์หนักใจเพราะคิดว่าแม้กะรัตจะใช้อารมณ์เกินเหตุ แต่กะรัตไม่ใจดำพอที่คิดจะทำร้าย ลูกของสายน้ำผึ้งแน่นอน
       “กั้งเขาไม่ได้…” พิศุทธิ์จะบอกว่ากะรัตไม่ได้ตั้งใจทำร้ายลูกผึ้งอย่างที่ผึ้งคิด
       สายน้ำผึ้งรีบพูดแทรกด้วยเสียงสะอื้นอ้อนวอน
       “คุณพิศุทธิ์อยู่กับผึ้งนะคะ...ผึ้งกลัว…”
       พิศุทธิรู้สึกลำบากใจมาก
       
       เจ้าสัวบัญชา หม่อมมลุลี ท่านชายอ๊อด พวงหยก เนื้อแพร นั่งรอพิศุทธิ์อยู่ใน ห้องรับแขก กะรัตนั่งนิ่งเงียบอยู่มุมหนึ่ง กุนตีและนวลซึ่งนั่งอยู่ข้างๆรู้สึกเป็นห่วง นวลกระซิบกุนตี
       “นวลอยากให้คุณกั้งอาละวาดบ้านแตกดีกว่านั่งเงียบแบบนี้ ...นวลไม่รู้ว่าคุณกั้งคิดอะไร รู้สึกอะไร
       นวลเป็นห่วง กลัวจะเหมือนคราวก่อนๆตอนที่รู้ว่าโดนนอกใจแล้วคุณกั้งก็ทำร้ายตัวเอง”
       “ไม่หรอกน่านวล”
       กุนตีปลอบนวลแต่ใจในนั้นห่วงกะรัตไม่น้อย กะรัตนั่งนิ่งน้ำตาเอ่อคลอ ด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง และเสียใจ ภาพพิศุทธิ์อุ้มสายน้ำผึ้งออกไปจากงาน แต่งงานโดยไม่ฟังคำเรียกของเธอแว่บเข้ามา กะรัตน้ำตาร่วงออกมาเงียบๆ พวงหยกมองอาการของลูกแล้วอดเก็บปากไว้ไม่อยู่
       “ไม่ทันส่งตัวเข้าห้องหอ เจ้าสาวก็มานั่งน้ำตาตกซะแล้ว ไหนจะมีเลือดตกยางออกกลางงานแต่ง ไม่ต้องพึ่งอาจารย์ญาณทิพย์ที่ไหน ฉันก็สัมผัสพลังงานบางอย่างได้ว่ามันเป็นลางร้าย” พวงหยกคิดบางอย่างได้ “เอาอย่างนี้ไหม ไหนๆก็ยังไม่ได้ส่งตัว เรายกเลิกงานแต่งเลยดีกว่า”
       หม่อมมลุลีกับท่านชายอ๊อดพูดพร้อมกัน
       “ไม่ได้”
       พวงหยกและเนื้อแพรหันไปมองหม่อมมลุลีและท่านชายอ๊อดอย่างจับผิด
       “ฉันนึกว่าหม่อมจะดีใจเสียอีก เห็นตอนแรกออกตัวไม่ยอมรับลูกสาวฉัน ไปร่วมวงศ์ตระกูลแล้วไหงตอนนี้กลับกลางปีกปกป้องงานแต่งนี้ซะล่ะค้า” พวงหยกเสียงเยาะ
       เนื้อแพรมองอาการท่านชายอ๊อดกับหม่อมมลุลีอย่างเก็บข้อมูลว่ามีพิรุธอะไรรึเปล่า
       “ก็จัดงานเอิกเกริกขนาดนี้แล้ว ถ้ายกเลิกขึ้นมา ไม่ยิ่งงามหน้ากว่าเก่าเหรอ” หม่อมมลุลีรีบแก้
       “อ๋อ กลัวเสียหน้า ฉันก็นึกว่าหม่อมกลัวจะเสียผลประโยชน์” พวงหยกยิ้มหยัน
       ท่านชายอ๊อดโมโหกลบเกลื่อน
       “หมายความว่ายังไงคุณพวงหยก”
       “ฉันก็หมายถึง…”
       กฤชพูดแทรกด้วยความหน่ายใจ
       “พอเถอะพวงหยก คนเราถ้าอ้าปากแล้วไม่มีความสร้างสรรค์ สู้อยู่เฉยๆน่าจะมีประโยชน์กว่า อย่างน้อยก็ไม่ทำให้คนอื่นปวดหู”
       “คุณกฤช” พวงหยกโกรธที่กฤชหักหน้า
       ทันใดนั้นพิศุทธิ์เดินเข้ามา กุนตีมองพิศุทธิ์อย่างโล่งใจที่เขามาสักที
       “คุณพิศุทธิ์”
       “ขอโทษครับที่ผมทำให้ทุกคนต้องรอ”
       พิศุทธิ์มองไปทางกะรัตที่ยังคงเมินหน้าไปทางอื่น ไม่แม้จะเหลียวหันมามองเขา พิศุทธิ์รู้อยู่แล้วว่ากะรัตต้องไม่เข้าใจว่าที่เขาพาสายน้ำผึ้งไปส่งโรงพยาบาลนั้น เขาทำเพื่อกะรัต
       “อ้าว...ทำไมกลับมาเร็วจังล่ะ น่าจะอยู่เฝ้าจนมดลูกนังผึ้งเข้าอู่ด้วยซะเลย ไหนๆก็ทิ้งยายกั้งไว้กลางงานขนาดนั้นแล้ว”พวงหยกกระแนะกระแหน
       “พอได้แล้ว วันนี้เป็นวันที่คนสองคนต้องมีความสุข หยุดเอาคนอื่นมาเป็นปัญหาสักที”
       เจ้าสัวบัญชาปราม เดินไปแตะไหล่กะรัตเป็นเชิงปลอบและเรียกสติ
       “ไป...ขึ้นห้องกันได้แล้ว ก๋งจะได้ส่งตัวเราสองคน”
       กะรัตเกรงใจจึงจำใจเดินขึ้นห้องนอน พิศุทธิ์ กับทุกคนเดินขึ้นบันไดตาม
       
       ในห้องนอน กะรัตกับพิศุทธิ์นั่งพับเพียบอยู่ที่พื้น สีหน้ากะรัตยังคงนิ่งเงียบ พิศุทธิ์เหลือบมองแต่เธอยังคงไม่มองเขาแม้หางตา
       เจ้าสัวบัญชามองอาการของหลานสาวออก จึงเอื้อมไปจับมือกะรัตและจับมือพิศุทธิ์ขึ้นมา
       “ก๋งขอให้วินาทีนี้ เป็นวินาทีสุดท้ายที่จะนึกถึงอดีต และการเคืองโกรธกันไม่ว่าเรื่องอะไร...แล้ววินาทีต่อจากนี้” เจ้าสัวบัญชาเอามือของกะรัตและพิศุทธิ์มาวางประสานกัน “ขอให้เป็นวินาทีแรกของความสุข การสร้างครอบครัว การเติมเต็มซึ่งกันและกัน ต่อจากนี้จะไม่มีเรื่องของกั้งหรือเรื่องของ คุณชาย จะมีแต่เรื่องของเรา”
       พิศุทธิ์กุมมือกะรัตไว้ เธอดึงมือกลับแล้ว ก้มลงกราบเจ้าสัวบัญชาอย่างไม่ใส่ใจเขา พิศุทธิ์จึงก้มกราบตาม เจ้าสัวมองกะรัตแล้วอดห่วงการใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลของกะรัตไม่ได้
       “เอาล่ะ...เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนเถอะ”
       เจ้าสัวบัญชาลูบหัวกะรัต แล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้อง พวงหยกเดินมาหากะรัต
       “ฉันขอให้ผลบุญที่ฉันทำ ช่วยปัดเป่าราคะที่มันบังตาแกโดยเร็ววัน”
       กุนตีระอาพวงหยก
       “ไปเถอะแม่ กั้งกับคุณพิศุทธิ์จะได้พักผ่อน”
       กุนตีดึงพวงหยกให้เดินออกจากห้อง ท่านชายอ๊อดเดินมาพูดกับพิศุทธิ์และกะรัต
       “อย่าลืมรีบมีหลานให้พ่อนะ”
       ท่านชายอ๊อดยิ้มกรุ้มกริ่มให้พิศุทธิ์ แล้วเดินออกไปพร้อมหม่อมมลุลี เนื้อแพรเดินมาหากะรัตกับพิศุทธิ์ เธอมองอาการกะรัตที่นิ่งเงียบไม่แลพิศุทธิ์แล้วก็เป็นห่วงลูกชายว่าต้องรับอารมณ์แรงๆของกะรัติแน่
       “มีอะไรก็ค่อยๆคุยกัน” เนื้อแพรลูบแก้มพิศุทธิ์อย่างปลอบโยน “แม่ไปก่อนนะลูก”
       กะรัตกับพิศุทธิ์ยกมือไหว้ เนื้อแพรเดินออกไป กฤชเดินเข้ามาหา จับมือลูกสาวเพื่อเตือนสติ
       “กว่าจะถึงวันนี้ได้ เราเสียสละกันมามากทุกคนนะลูก อย่าให้ใครมาทำลายมันได้”
       กะรัตยกมือไหว้ขอบคุณพ่ออย่างนิ่งเงียบ กฤชถอนใจกับอาการของลูกสาว แล้วหันไปมอง ให้กำลังใจกับพิศุทธิ์ แล้วเดินออกจากห้องไป บรรยากาศเงียบจนพิศุทธิ์รู้สึกถึงความยะเยือก กะรัตจะลุกขึ้น แต่ขาเป็นเหน็บจึงลุกไม่ไหว จนเซลงมานั่งที่เดิม พิศุทธิ์จะจับแขนเพื่อพยุงให้ลุกขึ้น กะรัตสะบัดแขนออกไม่ให้เขาจับแขนตัวเอง
       “อย่าเอามือที่คุณจับมัน มาจับฉัน”
       พิศุทธิ์พยายามข่มใจให้เย็น
       “ไม่เอาน่ากั้ง คุณก็น่าจะรู้ว่าที่ผมต้องพาสายน้ำผึ้งไปโรงพยาบาลเพราะอะไร”
       “ก็เพราะคุณเลือกมันไง คุณแต่งงานกับฉัน คุณควรอยู่เคียงข้างฉันสิ แต่คุณกลับทิ้งฉันไปช่วยคนที่ทำร้ายฉัน แล้วทำไมคุณไม่บอกฉันเรื่องที่คุณทำงานที่เดียวกับมัน”
       พิศุทธิ์พยายามพูดใจเย็น
       “ผมคิดจะบอกหลังเราแต่งงานกัน”
       “ทำไมต้องรอหลังแต่งงาน”
       “เพราะผมกลัวคุณเป็นอย่างนี้ไง”
       
       “นี่คุณกลัวฉันจะอาละวาดใส่มันเหรอ งั้นแปลว่าที่คุณไม่บอกฉัน เพราะคุณตั้งใจปกป้องมันใช่ไหม”

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สามีตีตรา ตอนที่ 13 จบบริบูรณ์
สามีตีตรา ตอนที่ 12
สามีตีตรา ตอนที่ 11
สามีตีตรา ตอนที่ 10
สามีตีตรา ตอนที่ 9
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 16 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 15 คน
94 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
6 %
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แจ้งข่าวด่วน!!!! วันอาทิตย์ที่ 16/03/57 บริษัทฝ้ายจะมีงาน รวมตัวพรีเซนเตอร์ Fuco Pure และ Hyli ตัวแทนจำหน่ายมาจากทั่วประเทศ และสำหรับคนที่ได้เข้าร่วมงานนี้จะมีโอกาสได้รับส่วนลดสูงสุดถึง 50%
และถ้าสนใจจะเป็นตัวแทนของทางบริษัทเราจะมีการสอนเทคนิคให้และวิธีการรับรายได้และมีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศฟรี!!!กับพวกเราด้วยค่ะ ฝ้ายได้บัตรเข้างานจำนวน 10 ใบ สิทธิพิเศษ 10ท่านเท่านั้นค่ะ #หมดแล้วหมดเลย #ที่สำคัญ คือ ฟรี ฟรี ฟรี!!!

สนใจฝากชื่อเบอร์โทรได้เลยจร้า
Line ID : wemarry
wemarry
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สายน้ำผึ้งน่าสงสาร แต่ว่าทำตัวไม่ดี ส่วนกั้งโชคดีมีแต่คนรักและเอาใจ และยังขี้วีนแต่ก็ยังน่ารัก ถ้ากั้งเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ก็คงจะดี
chawala_ain@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณที่อัพให้อ่านนะคะ มาตรงเวลาตลอดเลย
tiwaandyuri@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 -29 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสารสายน้ำผั้ง ทำตัวดีมาตลอดชีวิตแท้ๆ สติแตกไปเลย กั้งได้รับความรักมากเกินทำตัวไร้สติ เอาแต่ใจ นึกถึงแต่ตัวเอง ข่มคนอื่นตลอด นอกจากผู้ชาย ก้อไม่เห้นห่วงใคร แต่ทุกคนยังพร้อมให้โอกาส โชคดีแต่คิดไม่เป็น เบื่อคนเชียรกั้ง

สงสารผึ้ง
bbtrain@hotmail,com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าในชีวิตจริงที่กั้งเป็นคนเอาแต่ใจเพราะรวย ถูกคนเอาอกเอาใจจนเสียนิสัย แต่พื้นฐานเดิมของจิตใจดีกว่าผึ้งมาก เพราะผึ้งไม่เจียมตัวที่จน แต่ยังทะเยอทะยาน อยากได้อยากมี ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ยื้อแย่ง คิดทำแต่เรื่องเลวๆเพื่อให้ตัวเองสมหวัง โดยไม่แคร์ว่าเป็นการทำร้ายทุกคนที่อยู่รอบข้างเพียงเพื่อให้ตนเองได้ในสิ่งที่ต้องการ เจ้าคิดเจ้าแค้นทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนทรยศเพื่อน สงสารกั้งมากกว่าที่มีเพื่อนอย่างผึ้ง คุณเห็นใจผึ้ง เพราะคุณเป็นคนแบบเดียวกันหรือ ไม่รู้จักคำว่าพอและให้อภัย ?
ผู้หญิงธรรมดา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากกดไลค์ให้คุณผู้หญิงธรรมดาสัก 100 ไลค์คะ ตอบตรงใจมาก คนที่ไม่รู็จักพอ อยากได้อยากมี ชีวิตก็มีแต่ความทุกข์ มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ อิจฉาตาร้อนคนอื่น ไม่ทำตัวให้ดี รู้จักพอชีวิตก็มีสุขได้ง่ายๆ
โดนใจ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผู้หญิงธรรมดา พูดได้ใจจริง ทรยศเพื่อน ไม่มีความจริงใจ อยากได้แต่ของเพื่อน
ไกาน้อย
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช่ค่ะ คือน้ำผึ้งเป็นผู้หญิงที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี คิดแต่ว่าแกมีฉันก็ต้องมี ไม่อยากเป็นรอง ทั้งที่รู้ๆ อยู่ว่าพื้นฐานชีวิตมันต่างกัน
ตอนแรกเริ่มเรื่องเราก็ส่ายหน้ากับความเอาแต่ใจของกั้งเหมือนกัน แต่กั้งนี่ว่าเอาแต่ใจแบบน่าเบื่อมากกว่า
แต่น้ำผึ้งเนี้ยมันเข้าข่ายเลวเลยนะ ทรยศเพื่อน ให้ผู้ชายปอกลอกเพื่อนตัวเอง คนดีๆ เขาทำกันหรอคะ พื้นฐานจิตใจไม่ชั่วเป็นทุนทำไม่ได้นะเนี้ย

การที่กั้งรักเพื่อนมาก รักจนคนที่คิดถึงแต่ตัวเองอย่างกั้งยอมหยุดยอมจบถ้าน้ำผึ้งขอ ให้เสื้อผ้าให้นู้นนี่เพราะอยากให้เพื่อนมี คิดถึงก่อนเป็นคนแรกๆ พอรู้ว่าโดนหลอกมาตลอด โกรธ แค้นไม่ให้อภัย เป็นเรื่องปกตินะ การที่รู้ว่าเพื่อนที่เรารักมากแทงข้างหลังนี่มันเป็นอะไรที่โคตรจี๊ดเลย แล้วนี่ร่วมมือกับสามีตัวเอง คิดด้วยซ้ำว่ากั้งใจดีมากนะที่จบเรื่องด้วยการแกไม่ยุ่งกับฉัน ฉันไม่ยุ่งกับแก เชื่อว่าหลายคนถ้าสถานการณ์เดียวกัน ฐานะแบบกั้ง อิทธิพลแบบกั้ง ยัยน้ำผึ้งตายไปแล้ว ไม่มีโอกาสมาลอยหน้าลอยตาหลอก หรือไม่ก็ชีวิตพินาศแน่
จะว่าไปน้ำผึ้งนี่มโนเก่งนะ คิดเข้าข้างตัวเองเก่ง
ถ้าคุณคิดว่าน้ำผึ้งดี คุณลองคิดดูเอานะคะว่าถ้าวันนี้แฟนคุณกับเพื่อนคุณสามัคคีพร้อมใจจับมือกันสวมเขาให้ คุณจะเดินจงกรมไปบอกเขาว่าเธอเป็นคนดีที่พลาดไป ไม่เป็นไร เข้าใจหรือเปล่า
อย่างสายน้ำผึ้งนี่ไม่ได้เรียกว่าเป็นคนดีมาตลอกนะคะ เรียกว่าแกล้งทำตัวเป็นคนนี้มาตลอดค่ะ
นาว
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันก็เลวทั้งคู่ แต่คนล่ะด้าน ไม่น่าเห็นใจ หรือเอาแบบอย่างทั้งคู่เลย
Good
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กั้งเป็นคนตรงไปตรงมาคนแบบนี้ไม่มีพิษภัยแต่คนแบบผึ้งน่ากลัวมากต่อหน้าอีกอย่างลับหลังอย่างคนแบบนี้ถ้ามีในสังคมมากน่ากลัวเป็นที่สุด
werty
 
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โอ้ย อยากอ่านต่อ
กั้งอย่างอนคุณชายนัก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014