หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ในสวนขวัญ

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 มกราคม 2557 16:56 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
       ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 อวสาน (ต่อ)
       
       แก้วอยู่กับเก็จเกยูรทั้งคู่หัวเราะมีความสุข
       
       “แก้วอยากเห็นหน้ามันตอนนี้จังเลย คงต่อมน้ำตาแตก ร้องไห้โฮๆแน่ๆ”
       “ไหนๆ เอามาดูอีกทีซิ”
       แก้วส่งโทรศัพท์ที่มีรูปให้เก็จเกยูรดู
       “ไม่ใช่แค่โฮๆหรอก น่าจะกรี้ดบ้านแตกเลยต่างหาก”
       “พี่ว่ามันจะเลิกกับไม้ไหม”
       “อย่างนังเป็ดน่ะเหรอ งานนี้สงสัยได้งอนหน้าคว่ำ ตัดรักตัดสวาทแน่ๆ มันคนไม่มีความอดทนอยู่แล้ว”
       “ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดี แก้วจะได้หมดอุปสรรคสักที”
       “ยังไงได้ดีก็อย่าลืมกันก็แล้วกัน แผนนี้ของฉันนะ”
       “ถ้าเราทำให้นังเป็ดมันเลิกกับไม้ได้สำเร็จนะ ฉันยกที่ดินให้พี่ไปเลยสิบไร่”
       “โอ๋ย แค่สิบไร่จากที่แกจะได้เป็นจากผัวเป็นร้อยๆไร่เนี่ยนะ เอฉันเปลี่ยนใจไปช่วยนังเป็ดจะดีกว่าไหมเนี่ย”
       “อ๋อ จะหักหลังน้องในไส้ ไปเข้าข้างศัตรูเหรอ”
       เก็จเกยูรหัวเราะ ทำเป็นโอ๋
       “พูดเล่น อย่างนังเป็ดน่ะเหรอฉันจะดีกับมันชาตินี้ขอประกาศเป็นศัตรูกับมันจนตายกันไปข้าง”
       สองพี่น้องหัวเราะกัน แล้วเก็จเกยูรก็หันไปทางประตูหน้าบ้าน ต้องชะงักไก่กุ๊กยืนอยู่มีท่าทางไม่พอใจมาก แล้วไก่กุ๊กก็เดินกลับออกจากบ้านไป
       
       ไก่กุ๊กเดินมานั่งลงที่ม้าหินหน้าบ้านเก็จเกยูรเดินตามออกมา
       “ได้มาแล้วใช่ไหม เงินน่ะ”
       “ก็บอกแล้วไง ต้องอาทิตย์หน้า”
       “ก็ผลัดไปเรื่อยแหละ”
       “เก็จ ผมถามหน่อย เมื่อไหร่คุณจะเลิกยุ่งกับเขาสักที”
       “เลิกยุ่งกับใคร”
       “ก็เป็ดไง ผมได้ยินคุณกับน้องคุยอะไรกัน จะไปยุ่งกับเขาทำไม”
       “อ๋อ เหรอ จะให้เก็จเลิกยุ่งกับน้องไก่ แล้วรู้ไหม น้องของไก่กำลังจะทำอะไร มันกำลังจะแย่งผู้ชายของแก้วเอาไปกินคนเดียว”
       “เท่าที่รู้ สองคนเขารู้จักกันก่อนน้องคุณไม่ใช่เหรอ ใครจะแย่งใครกันแน่”
       “ไม่สำคัญหรอกว่าใครจะรู้จักก่อนหลัง แต่ที่สำคัญผู้ชายคนนั้นต้องเป็นของแก้ว น้องคุณไม่มีสิทธิ์”
       “ผมอยากรู้จัง ถ้าเขาเป็นแค่คนสวนกระจอกๆ น้องคุณยังจะหวงไว้ไหม”
       “แล้วไง ก็เลยอยากจะกันไว้ให้น้องสาวคุณเองใช่ไหม อย่าได้คิดเลยนะ ลำพังตัวเองยังไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียให้มีความสุขไม่เคยเอาใจใส่ลูกเมีย มีแต่กินเหล้าเมายาไปวันๆ ยังจะมีหน้ามาสมคบกับนังเป็ด แย่งความสุขไปจากน้องสาวฉันอีก พวกแกจะเอาให้ได้ทุกอย่างใช่ไหม ไอ้พวกเห็นแก่ตัว ทั้งแกทั้งน้องแก ทั้งพ่อแก มันเหมือนกันหมด”
       ไก่กุ๊กโมโห โพล่งออกมา
       “หยุดนะ พอได้แล้ว ถ้าไม่หยุด ผมจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
       “เหรอ ก็ดี ไปซิ ไปเลย ฉันก็จะไม่อยู่เหมือนกันเบื่อเต็มทนแล้ว”
       “ไม่ห่วงลูกเลยใช่ไหม”
       “ช่างหัวมันปะไร พ่อมันยังไม่สนใจ แล้วฉันจะไปสนทำไม”
       “คุณไปไหนไม่ได้ คุณต้องดูแลลูก”
       “จะมาเรียกร้องให้ฉันทำเพื่อลูก แล้วพ่อมันล่ะ ทำอะไรให้ลูกบ้าง”
       “จะให้ทำอะไรอีก เงินเดือนก็เอามาให้คุณกับลูกจนเกือบหมดแล้ว”
       “แล้วบ้านกับที่ดินที่ควรจะเป็นของลูกเรานี่ล่ะ เคยคิดจะทวงเอามาไหม ถ้ามันเป็นของเรา เราก็ยังจะทำให้มันเป็นเงินเป็นทอง เก็บหอมรอมริบไว้ให้ลูกได้ ทนกินแต่เงินเดือนอยู่แบบนี้ มันไปไม่รอดหรอก”
       ไก่กุ๊กนิ่งอึ้งไป เก็จเกยูรรู้แล้วว่าเขาเถียงไม่ขึ้น
       “คุณก็เป็นลูกคนหนึ่งของพ่อคุณ คุณมีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้นะไก่ จะยอมให้น้องฮุบเอาไปหมดได้ยังไง”
       ไก่กุ๊กนิ่งอยู่
       “ไปพูดกับพ่อคุณซิ เอาที่ดินผืนนี้มาให้ได้ ไม่งั้นล่ะก็...ฉันจะไม่ทนอยู่กับคุณอีกต่อไป ลูกใคร ก็ให้มันเลี้ยงกันไปเอง ฉันไม่เอาด้วยอีกแล้ว”
       ไก่กุ๊กหันมามองเก็จเกยูรหันหน้าไปทางอื่น ไก่กุ๊กสับสน
       
       ไก่กุ๊กกดกริ่งประตูยักษ์เบิ้มวิ่งออกมาจากข้างบ้าน แล้วชะงักพอเห็นไก่กุ๊ก เห่าทีเดียว แล้ววิ่งกลับไปหลบข้างบ้านเชียรเสียงดังออกมา
       “ใครมาล่ะยักษ์เบิ้ม”
       ประตูบ้านเปิด เชียรออกมาจากในบ้าน มองมาที่ประตูรั้ว เห็นไก่กุ๊ก
       “ไก่กุ๊ก”
       เชียรเดินมาที่ประตูรั้ว เปิดประตูเล็ก
       “วันนี้ไม่ทำงานเหรอ”
       “โดดมาน่ะพ่อ”
       “ระวังเจ้านายเขาจะเพ่งเล็งเอานะ”
       ไก่กุ๊กเดินเข้ามาในบ้าน แล้วตรงไปนั่งลงที่เก้าอี้ในสนามหญ้า เชียรตามมา
       “สมัยนี้งานยิ่งหายากอยู่ด้วย ยังไงมีงานทำเป็นหลักเอาไว้ จะได้เลี้ยงดูลูกเมียได้ ไม่เดือดร้อนนะไก่”
       “ถึงออกจากงาน แต่ถ้ามีเงินจากบ้านเช่า ไก่กับครอบครัวก็น่าจะอยู่ได้นะพ่อ”
       เชียรยืนอึ้งนึกไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ต่อ
       “นะพ่อ โอนบ้านกับที่ดินมาให้ไก่เถอะ เรื่องมันจะได้จบสักที แล้วไก่สัญญาว่า ไก่จะไม่มารบกวนพ่ออีกเลย”
       เชียรมองหน้าลูกชาย จากนั้นก็คงจะไม่ต้องเห็นหน้ากันอีกหรือ
       “พ่อบอกไก่ไปแล้วนี่ พ่อกับแม่ยกให้เป็ดปุ๊กไปแล้ว จะจัดการยังไงก็ต้องให้เป็ดปุ๊กตัดสินใจ”
       “เป็ดมันได้แฟนเป็นเจ้าของหมู่บ้าน อีกหน่อยมันก็รวยเละแล้วมันจะหวงบ้านกับที่ดินเล็กๆนั่นไว้ทำไมอีก พ่อสั่งให้มันโอนให้ไก่เถอะ จะได้จบๆกันไป”
       เชียรยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะมองหน้าลูกชาย ไก่กุ๊กกำมือแน่น ตัดสินใจพูด
       “ถ้าไม่ให้...ก็ไม่ต้องเป็นพ่อเป็นลูกกันอีกต่อไป”
       เชียรตะลึง หันมามองไก่กุ๊ก น้ำตาเริ่มคลอขึ้นมา
       “ไก่ ทำไมพูดแบบนี้”
       “ในเมื่อพ่อไม่รักลูกหลาน ไม่อยากเห็นพวกเราได้ดี” ไก่กุ๊กลุกขึ้น มายืนเผชิญหน้ากับพ่อ “ก็ไม่ควรมาเป็นพ่อเป็นปู่กันอีกต่อไป”
       เชียรน้ำตาไหลออกมา ไก่กุ๊กเห็นน้ำตาของพ่อ ก็รู้แล้วตัวเองเลวมากๆ ที่พูดคำนั้นออกไป แล้วไก่กุ๊กก็ตัดสินใจเดินออกจากบ้านไปเลย
       
       ย่าขวัญนั่งอยู่ที่ตั่งไม้ไผ่หน้าบ้าน กำลังเลือกพริกจากกระจาด เม็ดไหนที่เล็กดูไม่สวยก็แยกไว้ทางหนึ่ง เพื่อจะเอาไปตากแห้ง แล้วทำพริกป่น ส่วนที่สวยๆก็จะเอาไปขายที่ตลาดครู่หนึ่ง เสียงเจ้าเอ๋งเห่ากรรโชกดังเข้ามา พร้อมกับเสียงศักดิ์
       “ไปให้พ้นเลย ไอ้หมาบ้า”
       มีเสียงตุ๊บตั๊บ แล้วเสียงเอ๋งร้องเพราะถูกทำร้ายย่าขวัญเงยหน้าขึ้นศักดิ์เดินเข้ามา ปัดกางเกงนิดหน่อย
       “ไปทำมันทำไม มันช่วยแม่เฝ้าบ้าน”
       “มาบ่อยขนาดนี้ยังจะเห่าใส่อีก...ว่าไงแม่ ผมให้เวลาแม่คิดหลายวันแล้ว แม่ตัดสินใจได้แล้วใช่ไหม”
       “ศักดิ์” ย่าขวัญถอนใจ ไม่อยากจะพูดเรื่องนี้
       ศักดิ์เห็นอาการของแม่ก็พอจะรู้
       “เอาอย่างนี้นะแม่ เรามาพูดกันประสาแม่ลูก ไม่มีใครเข้ามาสอดอีก ผมถามแม่จริงๆ แม่ติดขัดอะไร ทำไมถึงยกที่ดินผืนนี้ให้ผมไม่ได้”
       “ศักดิ์ แม่บอกศักดิ์แล้ว...”ย่าขวัญอ่อนใจ
       “ผมก็บอกแม่แล้วเหมือนกันว่า ผมอยากทำโครงการนี้ ผมอยากประสบความสำเร็จซักครั้งในชีวิต ให้แม่ได้ชื่นใจไงล่ะ ไอ้ไม้น่ะแม่ไม่ต้องไปห่วงมันหรอก ถึงยังไงมันก็ได้เงินจากหมู่บ้านเสริมขวัญไปแล้ว กินทั้งชาติก็ไม่หมด”
       “จะให้แม่พูดสักกี่ครั้งว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับไม้เลย”
       “งั้นแม่จะเก็บที่ดินผืนนี้ไว้ทำไม”ศักดิ์ชักจะเริ่มไม่ไหว เสียงกร้าว
       “ที่นี่คือบ้าน บ้านของแม่กับพ่อ บ้านที่เสริมกับศักดิ์เกิด และพวกเราได้อยู่กันมา”
       “ผมรู้ ผมรู้ แต่ที่ผมอยากรู้มากกว่าก็คือ แม่จะยกที่ดินผืนนี้ให้ใคร”
       “แม่ตั้งใจไว้ว่าถ้าแม่ตาย จะยกส่วนหนึ่งให้วัดกับโรงเรียน ส่วนด้านที่ติดถนน ก็จะให้เช่า เอาเงินมาทำมูลนิธิ หรือกองทุนเป็นทุนการศึกษาให้เด็ก แล้วก็ช่วยพระสงฆ์อาพาธ”
       ศักดิ์นิ่งอึ้ง ฟังแล้วเหมือนแม่กำลังจะทำบาปมากกว่าทำบุญ ศักดิ์เสียงกร้าวมากขึ้น
       “ผมจะบอกอะไรให้นะแม่ ถ้าแม่อยากขึ้นสวรรค์ล่ะก็ ทำบุญกับลูกดีกว่า ให้ลูกได้ลืมตาอ้าปากอย่างใครเขาบ้างผมรับรองเลยว่า บุญกุศลครั้งนี้ จะทำให้แม่นอนตายตาหลับขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อย่างแน่นอน”
       ย่าขวัญรู้สึกเลวร้ายมาก พยายามเก็บกลั้นความรู้สึกไว้ศักดิ์โพล่งออกมาด้วยอาการโกรธ
       “ผมชี้ทางสวรรค์ให้แม่ขนาดนี้แล้วถ้าแม่ยังมองไม่เห็น ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว”
       ย่าขวัญน้ำตาไหลออกมา แต่ศักดิ์ไม่ทันเห็นแล้วย่าขวัญก็ลุกขึ้น จะเดินขึ้นบ้าน
       “อ้าว แม่ เดี๋ยวซิ”
       ย่าขวัญยังไม่ทันเข้าไปในบ้าน ก็ได้ยินเสียงเจ้าเอ๋งเห่าอีก เลยหันไปมองที่หน้าบ้านอลงกรณ์กับโอมเดินเข้ามาโอมหิ้วกระเป๋าเอกสารมาด้วยอลงกรณ์ไหว้ย่าขวัญ
       “สวัสดีครับคุณย่าขวัญ”
       โอมวางกระเป๋าลง แล้วยกมือไหว้
       
       ย่าขวัญเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ชุดรับแขก
       “หทัยล่ะ ไม่มาด้วยเหรอ”
       อลงกรณ์ กับศักดิ์เข้ามานั่งที่ชุดรับแขกด้วย ส่วนโอมยืนอยู่ห่างๆ
       “ไม่ได้มาครับ”
       ศักดิ์บอกอย่างเกลียดชัง
       “อย่ามาแหละดี ขืนมาก็มาคอยขัดคอ นึกว่าใครเขาไม่รู้เหรอไงว่าจะขวางเอาไว้ให้ไอ้ไม้”
       “ศักดิ์ แม่บอกศักดิ์แล้ว ว่าแม่ไม่ได้คิดยกที่ดินผืนนี้ให้ไม้”ย่าขวัญพูดเรียบๆ
       “งั้นก็ยกให้ผมซิ”
       อลงกรณ์หัวเราะสร้างบรรยากาศนิดหน่อย
       “คุณศักดิ์ใจร้อนเสมอ...จริงๆถ้าคุณย่าจะขายที่ดินผืนนี้ ทางผมกับคุณศักดิ์ก็ยินดีนะครับขอแค่ว่าเป็นราคาคนกันเองสักหน่อย พอให้เหลือกำไรเล็กๆน้อยๆให้ลูกให้หลาน”
       “คุณกรณ์ แต่ที่เราคุยกัน...”ศักดิ์ชะงัก
       อลงกรณ์แอบหรี่ตากับศักดิ์ แล้วส่ายหน้านิดหน่อย เหมือนจะห้ามไม่ให้พูดต่อ แล้วอลงกรณ์ก็หันมาพูดยิ้มแย้มกับย่าขวัญต่อ
       “หรือถ้าคุณย่าจะเข้าร่วมหุ้นด้วยกับเรา ผมกับคุณศักดิ์ก็ไม่ขัดข้องเลยครับ กำไรที่ได้คุณย่าก็สามารถเอาไปใช้ทำในสิ่งที่อยากจะทำ แล้วถ้าคุณย่ากังวลเรื่องที่อยู่ ผมอยากจะเรียนให้สบายใจนะครับว่า ถ้าผมกับคุณศักดิ์ได้ทำโครงการนี้จริง เราจะยกบ้านในโครงการให้คุณย่าหลังนึงเลยครับ จะตกแต่งให้สวยงามหรูหราทุกอย่าง แล้วรับรองเลยครับว่า คุณย่าจะไม่เหงาเด็ดขาด เพราะโครงการนี้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครันทีเดียวครับ ผมมีตัวอย่างมาให้คุณย่าดูด้วย” อลงกรณ์หันไปบอกโอม “ขอเอกสารด้วยลูก”
       โอมเข้ามาหาพ่อ ส่งกระเป๋าให้ อลงกรณ์เปิดกระเป๋าหยิบแฟ้มออกมา ย่าขวัญรู้สึกเบื่อกับเรื่องนี้ แต่ก็ไม่อยากเสียมารยาทไล่แขกดำเดินออกมาจากในสวน กำลังจะผ่านหน้าบ้านย่าขวัญมองเข้าไปหน้าบ้านเห็นกระจาดพริกวางทิ้งไว้ดำรู้สึกแปลกใจ แล้วก็ได้ยินเสียงของอลงกรณ์ดังออกมา
       “อันนี้เป็นสวนสุขภาพนะครับ ของบ้านเสริมขวัญก็มี แต่หมู่บ้านใหม่นี่เราจะทำเต็มระบบเลยครับ ทุกวัยมาใช้บริการได้”
       ดำค่อยๆชะเง้อมองผ่านหน้าต่างเข้าไปเห็นอลงกรณ์กับศักดิ์ และโอมอยู่ในห้องกับย่าขวัญดำผละจากบ้านย่าขวัญ แล้วรีบวิ่งกลับไปที่ร้าน
       
       ในร้านสวนขวัญ ฝ้ายอ่านหนังสือดาราอยู่ ครู่หนึ่งดำเข้ามา
       “ฝ้ายๆ แย่แล้ว”
       “อะไรของแกวะ”ฝ้ายตกใจ
       “คุณศักดิ์ แล้วก็คุณกรณ์กับคุณโอม”
       “ตายแล้วเหรอ”ฝ้ายหน้าตื่น
       “จะบ้าเหรอ ยังไม่ตาย เขามาอยู่ที่บ้านคุณย่าโน่น พี่ไม้สั่งไว้ถ้าพวกนี้มาให้รีบบอก”
       “แล้วจะบอกได้ยังไง เขาไม่อยู่ แกนั่นแหละไปกับเขา”
       “ฉันขอลงก่อนที่ตลาด คิดว่าพี่เขาจะเข้ามาที่ร้าน”
       “ยังไม่เห็นเลย แล้วจะยังไงดีเนี่ย”
       “โทรหาได้ไหมล่ะ”
       ฝ้ายเอามือถือมา กดเบอร์ แล้วถือหูรอครู่หนึ่ง แล้วหันมาบอก
       “ไม่มีสัญญาณอ่ะแบ็ตแกหมดมั้ง”
       “อาจจะอยู่ในห้าง ชั้นใต้ดินน่ะ โทรไปเรื่อยๆก็แล้วกัน”
       “เออๆ เฮ้อ วุ่นวายจริงๆ”
       
       “ถ้าพี่เขารู้ว่าพวกนั้นมา แล้วเราไม่โทรบอก จะยิ่งวุ่นกว่า”

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
       เป็ดปุ๊กถอยรถเข้ามาจอด แล้วเปิดประตูลงจากรถเชียรเปิดประตูออกมาจากในบ้าน
       
       “กลับมาเร็วนี่ลูก”
       เป็ดปุ๊กท่าทางเนือยๆ
       “วันนี้รถไม่ค่อยติดน่ะค่ะ แต่เป็ดไม่ได้แวะตลาดนะคะ เห็นเมื่อวานมีกับข้าวเหลืออยู่”
       “ยังไม่ต้องซื้อหรอก”
       เป็ดปุ๊กเอากระเป๋าออกมาจากรถ แล้วปิดประตู เชียรเดินลงมาหา
       “เมื่อบ่าย ไก่เขามาที่นี่”
       “มาทำอะไรคะ”
       “มาถึงก็ไม่พูดพล่ามทำเพลงเลย ขอให้พ่อโอนบ้านกับที่ดินที่โน่นให้เขา”
       “ยังไม่ยอมเลิกคิดอีก สงสัยจะโดนเมียบังคับให้มาแน่ๆ”
       “เขาบอกว่า เผื่อเขาอยากทำเป็นบ้านเช่า หารายได้พิเศษไว้เลี้ยงหลาน ก็จะได้ทำได้”
       “พ่อคิดเหรอว่าเงินมันจะตกถึงหลาน พี่เก็จนั่นแหละที่จะเอาไปหมด”
       “ก็ใช่”
       “แล้วพ่อว่าไง”
       “พ่อก็บอกเหมือนเดิม ว่าพ่อโอนให้เป็ดแล้ว จะทำยังไงก็ขึ้นอยู่กับเป็ด”
       “งั้นก็ให้เขารอไป เป็ดอารมณ์ดีเมื่อไหร่ จะเอาเรื่องนี้มาคิด”
       พูดแล้วเป็ดปุ๊กก็เดินผ่านหน้าเชียร จะเข้าบ้านเชียรพูขึ้น
       “ไก่เขาโมโหมาก เขาบอกกับพ่อว่า...”
       “บอกว่าอะไรคะ”เป็ดปุ๊กหยุด หันมา
       เชียรนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจไม่บอก
       “พ่อ...พ่อลืมไปแล้ว”
       “ก็คงจะว่าพ่อหยาบๆคายๆเหมือนทุกครั้งใช่ไหมล่ะ คนปากเสีย”
       เชียรพยักหน้า
       “พ่อคิดอะไรรู้ไหม”
       เป็ดปุ๊กส่ายหน้า
       “พ่อเข้าใจความรู้สึกของคุณย่าแล้ว ที่แกถูกลูกชายแกมาขอให้แกยกที่ให้น่ะมันเป็นทุกข์จริงๆ”
       “อย่าไปใส่ใจกับที่พี่ไก่พูดเลยค่ะพ่อ รกสมองเปล่าๆ”
       เป็ดปุ๊กเดินเข้าบ้านไปเชียรมองตามไป คิดว่าถ้าเขาบอกว่าไก่กุ๊กพูดว่าอะไร เป็ดปุ๊กต้องโกรธแทนเขามากแน่ๆ
       
       ฝ้ายยังพยายามกดโทรหาไม้อยู่ฟังเสียงจากโทรศัพท์ แล้วเบื่อ ดัดเสียงพูด
       “ไม่มีสัญญาณตอบรับ ไม่มีสัญญาณตอบรับ พูดได้อยู่อย่างเดียว”
       ดำซึ่งกำลังยกของไปมาอยู่ในร้านชะงัก
       “แล้วจะให้เขาพูดว่าอะไร”
       “อย่างน้อยก็ควรจะบอกว่า ทำไมถึงไม่มีสัญญาณ แบ็ตหมด หรือว่าปิดมือถือไว้ หรือว่าสัญญาณมันห่วยเอง”
       “นั่นซินะ เออ ไว้วันหลังฉันจะพาฝ้ายไปคุยกับเขาเลย จะได้รู้จักปรับปรุงตัวบ้าง”
       “แหม พาไปคุย รู้จักเขาเหรอ”
       “รู้จัก เคยคุยกันบ่อยๆ”
       “ไอ้มั่ว นี่มันเสียงจากเทปเว๊ย อัดไว้ตั้งกี่ปีแล้ว ตั้งแต่แกอยู่ประถมล่ะมั้ง ป่านนี้ไปเป็นคุณนายใครแล้วก็ไม่รู้”
       “บ่นอะไรฝ้าย”ไม้เดินเข้ามา
       “ก็บ่นโทรศัพท์น่ะซิ โทรหาพี่ไม้ไม่ได้สักที” ฝ้ายนึกได้ สะดุ้ง “อ้าว มาแต่เมื่อไหร่”
       “เพิ่งมาถึง พี่ปิดโทรศัพท์ไว้เองแหละ รำคาญคนชอบโทรมากวน”
       “คุณน้องแก้วใช่ไหมครับ”
       “อืม นั่นแหละ แล้วไง จะโทรหาพี่ทำไม”
       “จะบอกว่า คุณศักดิ์ คุณกรณ์แล้วก็คุณโอม อยู่ที่บ้านคุณย่าน่ะค่ะ”
       “ว่าไงนะ”ไม้ไม่พอใจทันที
       
       เป็ดปุ๊กเปิดดูในตู้เย็น แล้วเจอลอดช่องชุดหนึ่ง หยิบถุงออกมา
       “พ่อยังไม่ได้กินเหรอคะ งั้นเป็ดขอนะคะ เหนื่อยๆร้อนๆ ได้ลอดช่องซักถุง ค่อยยังชั่วหน่อย”
       “เป็ด เป็ดไปส่งพ่อหน่อยซิ”เชียรเดินเข้ามา
       “ส่งไหนคะ”
       “พ่ออยากไปบ้านย่าขวัญ”
       เป็ดปุ๊กชะงักนิดหน่อย ใจไม่อยากไป เพราะกลัวจะเจอไม้ แล้วแถไปทางอื่น
       “ออกไปข้างนอกเลยเหรอคะ เป็ดเหนื่อยอ่ะ ไปทำไมคะ”
       “ก็อยากไปคุยกับแก อยากถามแกเรื่องลูกชาย ว่าแกจัดการกับเขายังไง ตอนนี้ พ่อกับแกมันหัวอกเดียวกัน อยากปรึกษาแกดูหน่อย นะ ไปส่งพ่อแป๊บเดียว”
       “พรุ่งนี้ได้ไหมล่ะคะ”เป็ดปุ๊กอึดอัด
       “เป็ด ถ้าไปพรุ่งนี้ คืนนี้พ่อก็ต้องนอนคิดเรื่องนี้ทั้งคืน ไม่ได้หลับแน่ๆ”
       “พ่อก็จะไปคิดมากให้มันวุ่นวายทำไม พี่ไก่ก็ดีแต่พูดไปงั้นแหละถึงเวลาก็ไม่มีปัญญาทำอะไร”
       “ตกลงเป็ดจะไม่ไปส่งพ่อใช่ไหม”
       “วันนี้ขอนะคะ เป็ดเหนื่อยจริงๆ”
       “ไม่เป็นไร งั้นพ่อไปเอง”
       แล้วเชียรก็เดินออกจากบ้านไปเลยเป็ดอ่อนใจ เธอไม่อยากไปที่นั่นจริงๆ
       
       เป็ดปุ๊กออกมาจากในบ้าน
       “พ่อ เดี๋ยวก่อน”
       เป็ดปุ๊กมองไปหน้าบ้าน ประตูรั้วปิดอยู่ พ่อของเธอไม่ได้อยู่ที่นั่น เป็ดปุ๊กงงๆ
       “ไปไหนแล้ว”
       เมื่อเป็ดปุ๊กหันไปมองข้างบ้าน ก็ต้องตกใจที่ริมกำแพง เชียรกำลังเอาถัง เอาเก้าอี้มาต่อ เพื่อจะปีนข้ามไป
       เป็ดปุ๊กรีบไปที่กำแพง
       “พ่อจะทำอะไรคะ”
       “พ่อจะข้ามไปฝั่งโน้น”
       “จะไปปีนไปได้ยังไง พ่อปีนไม่ไหวหรอก เดี๋ยวก็ตกลงมาแข้งขาหัก”
       “ทำไมจะไม่ไหว มันจะแค่ไหนเชียว ใครต่อใครก็ปีนข้ามกันไปมาหมดแล้ว”
       เชียรขึ้นไปยืนบนถัง แล้วต่อขึ้นไปบนเก้าอี้ แล้วพยายามจับบนกำแพง จะยกตัวขึ้นไป แต่ก็ปีนไม่ไหว
       เป็ดปุ๊กเห็นท่าทางกระเย้อกระแหย่งของพ่อแล้วสงสาร
       “ลงมาเถอะค่ะพ่อ”
       “ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ข้ามได้แล้ว”
       “พ่อคะ ลงมาเหอะ เป็ดจะไปส่งเอง”
       “จริงเหรอลูก”
       “จริงซิคะ”
       เชียรลงจากเก้าอี้มาหาเป็ดปุ๊ก เกือบจะล้มเหมือนกัน
       “ไม่เป็นไรๆ” เชียรเข้ามาจับแขนลูกสาวสองข้าง “ขอบใจมากลูก เดี๋ยวพ่อเปิดประตูให้นะ”
       เชียรวิ่งไปเปิดประตูรั้วเป็ดปุ๊กมองตาม อ่อนใจ ได้แต่คิดว่าคงไม่เจอไม้ที่นั่น
       
       อลงกรณ์เอารูปภาพต่างๆมาอธิบายให้ย่าขวัญฟัง
       “อันนี้สระว่ายน้ำส่วนกลางนะครับ จะมีสระผู้ใหญ่ กับสระเด็กแล้วก็มีสระเด็กเล็กด้วย คุณย่าว่ายน้ำเป็นใช่ไหมครับ”
       “เป็น”ย่าขวัญพยักหน้า
       “งั้นคุณย่าลงสระผู้ใหญ่ได้เลยครับ”
       “คงไม่ล่ะ”
       ไม้เข้ามาในบ้านทุกคนชะงักเมื่อเห็นไม้ ย่าขวัญไม่สบายใจทันทีศักดิ์มองหน้าอย่างเกลียดชัง
       “ไงวะไอ้ไม้ รีบแจ้นเข้ามาเลยเหรอ กลัวย่าจะยกที่ดินให้ฉันหรือไง”
       “ผมมาดูแลย่า ไม่อยากให้ย่าถูกใครรังควาน”
       “แกหมายถึงใคร”
       “ก็อาศักดิ์ทำอะไรอยู่ล่ะ”
       “มันเรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวอะไรกับแก”
       “ถ้าอาศักดิ์เข้ามาทำให้ย่าไม่สบายใจอย่างนี้ ผมว่าอย่าเข้ามาเลยดีกว่า กลับไปซะเถอะ”
       ศักดิ์ไม่พอใจ ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับไม้
       “กลับไปเพื่อให้มึงปอกลอกเอาสมบัติของแม่กูไปเป็นของมึงน่ะเหรอ ฮึ อย่าหวังเลยไปไอ้ไม้”
       อลงกรณ์มองทั้งสองนิ่งอยู่ เหมือนแค่ดูละครฉากหนึ่ง ขณะที่โอมรู้สึกสะใจที่จะได้เห็นสองคนมีเรื่องกันย่าขวัญพยายามห้าม
       “ศักดิ์ ใจเย็นๆก่อนลูก”
       “เอาเป็นว่าผมขอร้องดีๆ อาศักดิ์อย่ารบกวนย่าอีกเลย ย่าแก่แล้วผมไม่อยากมีเรื่องกับอา”
       “ไม้ ย่าว่า...”ย่าขวัญไม่สบายใจ
       “แล้วถ้าเกิดกูอยากมีเรื่องกับมึงล่ะ เพราะครั้งนี้กูจะไม่ยอมมึงอีกแล้วไอ้ไม้ ที่ดินผืนนี้ต้องเป็นของกู กูเป็นลูกแม่ มึงมันแค่หลาน อย่ามาสะเออะ แม่มึงน่ะแผนสูง กะฮุบที่ดินทั้งสองผืน ผัวตายแทนที่จะคืนที่ดินให้แม่ กลับฮุบเอาไว้ แล้วยังส่งมึงมาให้แม่กูเลี้ยง พอแม่ตายจะได้ได้มรดกอีก ทำตัวเหมือนพวกสิบแปดมงกุฎ หลอกตุ๋นคนแก่ไปวันๆ”
       ไม้มองอลงกรณ์กับโอมแว่บหนึ่ง สองคนช่างไม่รู้สึกเลยว่าศักดิ์กำลังด่าเมียและแม่ของพวกเขาอยู่
       “อย่าพูดถึงเขาอย่างนั้น”
       “กูจะพูด ทำไมวะ แม่มึงเป็นนางฟ้ามาจากสวรรค์ชั้นไหน กูถึงจะด่าไม่ได้”
       “ผมเตือนคุณแล้วนะ”
       “อีผู้หญิงเสนียดจัญไร อยู่กับพี่กู พี่กูก็ตาย อยู่กับคุณกรณ์ ก็ทำให้เขาทุกข์ใจ ไม่เจริญก้าวหน้าสักที”
       ทันใด ไม้ก็ปล่อยหมัดเข้าใส่หน้าของศักดิ์อย่างแรง ศักดิ์ผงะหงายล้มไม่เป็นท่า
       
       ทุกคนตกใจลุกขึ้น ย่าขวัญรีบเข้ามาขวางระหว่างไม้กับศักดิ์
       “หยุดนะไม้ อย่าทำอาเค้า พอ พอได้แล้ว ศักดิ์ แม่ขอร้อง กลับไปก่อนได้ไหมลูก กลับไปก่อน”
       ศักดิ์ลุกขึ้นมาได้ โกรธจัด
       “มึงกับกูอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้วไอ้ไม้ ไม่ใครก็ใคร ต้องตายกันไปข้าง”
       เชียรกับเป็ดปุ๊กเข้ามาในบ้านย่าขวัญรีบบอก
       “ช่วยหน่อยค่ะ”
       ศักดิ์ไม่สนใจ เงื้อหมัดพุ่งเข้าไปจะต่อยไม้หลบฉากนิดหน่อย แล้วผลักศักดิ์หัวคะมำไปข้างหน้า ล้มลงไปกับพื้นอลงกรณ์รู้ว่าปล่อยไว้เรื่องต้องไปกันใหญ่ งานจะเสียหาย หันไปบอกโอม
       “ไปช่วยคุณศักดิ์”
       “ให้ต่อยกับไอ้ไม้เหรอ”โอมชะงักนึกกลัว
       “ไม่ใช่ พาเขาออกไป”อลงกรณ์พูดเบาๆ
       โอมค่อยโล่งอก แล้วอลงกรณ์กับโอมก็เข้าไปช่วยประคองศักดิ์ขึ้น
       “คุณศักดิ์ ผมว่ากลับกันก่อนเหอะ” อลงกรณ์กระซิบเบาๆ “แบบนี้ไม่ดีกับพวกเราหรอก”
       ศักดิ์ยังฮึดฮัดมองไม้ ขณะที่ไม้เห็นเป็ดปุ๊กมองเขาอยู่ เลยไม่คิดจะทำอะไรอีก ย่าขวัญตัวสั่นไปหมด น้ำตาไหลออกมาเชียรมองย่าขวัญ เห็นแล้วเข้าใจทันทีว่าย่าขวัญเจ็บปวดแค่ไหน รีบเข้าไปประคองพร้อมกับจับมือไว้
       “กลับกันไปก่อน ฉันขอร้อง”
       อลงกรณ์ไหว้ลาย่าขวัญ แล้วพาศักดิ์ออกไป โอมก็ไหว้ลานิดหน่อย ทั้งศักดิ์และโอมต่างก็มองไม้อย่าง
       แค้นใจไม้เดินเข้ามาหาเป็ดปุ๊ก
       “ผมแค่ไม่อยากให้พวกเขา...”
       เป็ดปุ๊กยกมือห้ามไม่ให้ไม้พูดต่อ แล้วก็เดินออกจากบ้านย่าขวัญไป
       
       เป็ดปุ๊กออกมาจากในบ้านย่าขวัญ จะไปที่ประตูรั้วไม้ตามออกมา
       “คุณเป็ด เดี๋ยวครับ”
       เป็ดปุ๊กหยุด
       “โกรธผมเหรอ”
       เป็ดปุ๊กนิ่งๆ
       “ผมรู้ว่าไม่ควรจะมีเรื่องกับอา แต่ผมทนไม่ได้ที่เขามาเซ้าซี้กับย่า ทำให้ย่าต้องทุกข์ใจ”
       เป็ดปุ๊กไม่ตอบ
       “ก็ได้ ผมจะพยายามไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก”
       เป็ดปุ๊กยังนิ่งอยู่
       “ทำไมล่ะ ยังมีปัญหาอะไรอีกเหรอ”
       “มันไม่สำคัญหรอก”
       “เรื่องอะไรที่ว่าไม่สำคัญ”
       “ฉันจะกลับแล้ว”
       ไม้เดินมาดักข้างหน้า
       “คุณโกรธอะไรผมอีก ผมทำอะไรผิดเหรอถ้าคุณไม่บอก แล้วผมจะไถ่โทษได้ยังไง ขอร้องนะ”
       “จริงๆฉันก็ไม่คิดจะใส่ใจหรอก แต่ถ้านายอยากรู้ จะบอกให้ก็ได้”
       เป็ดปุ๊กเอาโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดภาพที่ได้รับจาก mms แล้วหันโทรศัพท์ให้ไม้ดูไม้ก้มมาดูใกล้ๆ
       ภาพเขากับแก้วอยู่ในโทรศัพท์ไม้ตกตะลึง
       “อะไรเนี่ย ผมไม่รู้เรื่องเลย คุณไปเอามาจากไหน”
       “แก้วเขาส่งผลงานของนายมาให้ฉันดู อยากได้ไว้เป็นระลึกไหมล่ะ เดี๋ยวฉันจะส่งต่อให้นายละกัน”
       เป็ดปุ๊กจะเดินออกจากบ้านไม้ยังขยับมาขวาง
       “เดี๋ยวซิคุณ ฟังผมอธิบายก่อน”
       เป็ดปุ๊กหันมา
       “ฝากนายพาพ่อไปส่งบ้านด้วย ฉันกลับแล้ว”
       
       เป็ดปุ๊กเดินออกจากบ้านย่าไปเลย ไม้รู้ว่าไม่มีทางรั้งเธอไว้ได้อีก

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
       ย่าขวัญกับเชียรนั่งคุยกันอยู่เชียรกุมมือย่าขวัญปลอบใจ ย่าขวัญเช็ดน้ำตาตัวเอง
       
       “ผมเองก็เพิ่งเจอเหมือนกับที่คุณย่าเจอ ลูกชายจะมาขอให้ผมโอนบ้านกับที่ดินให้เขา”
       “แต่เขาคงไม่ใจร้ายเหมือนลูกฉันมั้ง”
       “อะไรกันครับ เขาประกาศตัดพ่อตัดลูกกับผมเลย”
       ย่าขวัญหันมามองเชียร รู้สึกสงสาร ดึงมือตัวเองออก แล้วกลับมากุมมือปลอบใจให้เชียร
       “บางทีมันก็รู้สึกแย่นะ ที่คนที่เรารักมาก กลับไม่เคยเข้าใจเรา แล้วเราต้องกลายเป็นคนที่เขาเกลียดที่สุด”
       ย่าขวัญปล่อยมือจากเชียร ทั้งคู่ต่างก็อยู่ในห้วงทุกข์
       “แล้วถ้าเราให้ทุกอย่างที่เขาต้องการ อะไรมันจะดีขึ้นไหมครับ”
       “ฉันกลัวว่า...มันจะกลับเป็นการทำลายเขาน่ะซิ”
       เชียรอึ้งไป สิ่งนี้คือสิ่งที่เขากลัว เขาจึงไม่ยอมให้ทุกอย่างกับไก่กุ๊ก
       “อย่างน้อย เราจะมีทางออกบ้างนะครับ”
       ไม้กลับเข้ามาในบ้าน
       “คุณเป็ดขอตัวกลับก่อน แก เอ่อ เหมือนไม่ค่อยสบาย ให้ผมเป็นคนไปส่งคุณเชียรที่บ้าน”
       เชียรพยักหน้ารับไม้มองย่านิ่งนิดหน่อย แล้วเข้ามานั่งที่พื้นตรงหน้าย่าขวัญ แล้วกราบนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
       “ไม้ขอโทษนะครับย่า ที่ไม้ทำให้ย่าทุกข์ใจ”
       “อย่าทำแบบนี้อีกนะลูก ปัญหาของย่า ย่าต้องแก้ไขเอง”ย่าขวัญลูบหัวไม้
       “แต่ว่า...ไม้...สงสารย่า”
       “ไม้สร้างศัตรูไว้มาก ไม้เองจะเดือดร้อนรู้ไหม นั่นน่ะ จะยิ่งทำให้ย่าเป็นทุกข์มากกว่า”
       ไม้พยักหน้ารับ แล้วก้มลงกับตักย่า เอามือย่าแนบแก้มตัวเองไว้
       
       ในห้องรับแขกบ้านหทัย...ศักดิ์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
       “เป็นเพราะไอ้ไม้คนเดียว ทำทุกอย่างพังหมด ทำเป็นอ้างย่าโง้นงี้จริงๆก็มันนี่แหละที่อยากได้ที่ของย่า ถึงได้ขวางพวกเราทุกทาง”
       “แล้วเรื่องที่คุณเล่าให้ผมฟังล่ะ ที่ว่าแม่คุณจะยกที่ให้วัดอะไรนั่นน่ะ”
       “คนแก่ก็พูดไปอย่างนั้นแหละครับ สุดท้ายก็ยอมเพื่อลูกกันทุกคน แม่น่ะเกือบจะเห็นด้วยกับโครงการของคุณอยู่แล้ว ถ้าไอ้ไม้มันไม่ขัดขวางเราซะก่อน นึกแล้วอยากฆ่ามันจริงๆ มันตายไปสักคนทุกอย่างจะง่ายขึ้นอีกเยอะ”
       “ผมว่าเราค่อยๆคิดดีกว่า บางทีเราอาจจะเจรจากับคุณย่า ให้ไอ้ไม้มีหุ้นส่วนกับเราด้วย”
       “อะไรนะ ผมเกลียดมันขนาดนี้ คุณยังจะลากมันเข้ามาเป็นหุ้นส่วนงั้นเหรอ”ศักดิ์ชะงัก
       “แล้วอย่างนั้นเราจะได้ที่ดินมาได้ยังไง”
       “ก็ต้องรอให้แม่ผมตายก่อน”
       “แล้วไม่คิดเหรอว่าแม่คุณจะทำพินัยกรรมไว้ เขาอาจจะยกที่ให้ไอ้ไม้ทั้งหมดจริงๆก็ได้”
       “โธ่เอ๊ยพ่อ คนตายไปแล้วจะมีปัญหากับเราได้ไง พินัยกรรมน่ะเขียนได้ ก็แก้ได้ ปัญหาอยู่ที่ว่า จะให้แกตายเมื่อไหร่มากกว่าจะเอาพรุ่งนี้เลยไหมล่ะ”โอมแทรกขึ้น
       “หลานชาย คนที่พูดถึงน่ะ แม่อานะ อาว่าปล่อยให้แกไปตามธรรมชาติดีกว่า”ศักดิ์มองหน้าโอม
       “งั้นก็มีคนเดียวที่ต้องตาย...ไอ้ไม้”
       หทัยลงจากรถ แล้วปิดประตูรถมองเห็นรถของศักดิ์จอดอยู่ ก็นึกแปลกใจ
       “รถใคร”
       หทัยเดินเข้าไปในบ้านแล้วชะงักเมื่อได้ยินเสียงกลุ่มอลงกรณ์คุยกัน
       “ผมเองก็ทนมันไม่ไหวแล้ว มันเป็นแค่ไอ้ลูกคนสวน แต่มาทำเป็นกร่าง มันได้ทุกอย่างไปหมด พวกเรากลายเป็นหมาไปเลย”
       “อาก็เห็นด้วยกับหลานชายนะ ถ้าจะมีใครตาย ก็คือมันนั่นแหละไอ้ไม้สมควรตายมากที่สุด”
       หทัยตกใจที่ได้ยินอย่างนั้น
       “ว่าแต่ใครจะจัดการมันล่ะ คุณกรณ์คุณก็กว้างขวางไม่ใช่เหรอน่าจะรู้จักพวกมือปืนรับจ้างบ้าง”
       “ผมเป็นนักธุรกิจครับ ไม่ใช่นักเลงที่ไหน เรื่องนี้นะ ผมยังว่าเราน่าจะ...”
       “ให้ผมจัดการก็ได้ เด็กผมมี”โอมขัดขึ้นทันที
       หทัยแอบมองไปที่โอม รู้สึกตกใจ
       “เด็กอะไรที่ไหนโอม ไม่เอาหรอก ค่อยๆแก้ปัญหาดีกว่า” อลงกรณ์แย้ง
       “พ่อกลัวอะไร ทุกวันนี้เขาจ้างยิงหัวกันทุกวัน เคยจับได้บ้างไหม”
       “เอางี้ ให้มันเป็นวิธีสุดท้ายละกัน ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้จริงๆ ค่อยคิดถึงเรื่องนั้น”อลงกรณ์ตัดบท
       หทัยไม่สบายใจเลย
       
       หทัยนอนอยู่บนเตียง กำลังคิดอะไรอยู่อลงกรณ์ออกมาจากห้องน้ำ เดินมานั่งลงที่เตียง
       “วันนี้เป็นไงบ้างคะ”
       “วันนี้เหรอ วันนี้ลูกชายคุณทำทุกอย่างพังหมด”
       “ยังไงคะ”
       “ผมไปคุยกับคุณย่า”
       “หทัยบอกแล้ว...”
       “นี่มันงานผม บอกแล้วไงว่าคุณไม่เกี่ยว”
       หทัยหยุดพูด
       “ทุกอย่างกำลังเดินไปด้วยดี คุณย่ากำลังจะเห็นด้วยกับโครงการของผมอยู่ดีๆ ลูกคุณก็โผล่เข้ามา แล้วหาเรื่องทะเลาะกับพวกเราเราเลยต้องกลับ งานไปไม่ถึงไหน”
       “โอมไปด้วยใช่ไหมคะ แล้วเขาไม่มีเรื่องกับไม้เหรอ”
       “ไม้มันไปทะเลาะกับอามันแทน แต่โอมก็ไม่พอใจเหมือนกัน”
       “ฉันคงไม่ห้ามให้คุณเลิกคิดเรื่องนี้หรอก แต่อยากฝากให้คุณดูแลลูกโอมด้วย อย่าให้เขาทำอะไรเลยเถิด”
       “มันจะทำอะไร้”อลงกรณ์พูดปัดๆ
       “หทัยกลัวลูกจะทำอะไรผิดๆ ถึงยังไง โอมก็คือลูกของหทัยหทัยรักลูก แล้วก็คิดว่าคุณก็รักลูกไม่น้อยกว่าหทัย ถ้าลูกโอมเดินทางผิด เราทั้งสองคน จะเสียใจไปตลอดชีวิต”
       อลงกรณ์นิ่งไปครู่หนึ่ง
       “ผมรู้หรอกน่า อะไรควรไม่ควร”
       อลงกรณ์ล้มตัวลงนอน แต่ตัวเขาเอง ก็อดห่วงไม่ได้เหมือนกัน
       
       เชียรเคาะประตูห้องนอนเป็ดปุ๊ก
       “เป็ด เป็ดปุ๊ก หลับหรือยังลูก”
       เชียรเคาะประตูอีกครั้ง
       “เป็ดปุ๊ก”
       ประตูห้องนอนเป็ดปุ๊กเปิดแง้มออกมา เป็ดปุ๊กยืนอยู่หลังประตู
       “กลับมาแล้วเหรอ”
       “อืม ดึกหน่อย ได้คุยกับคุณย่าก็สบายใจขึ้น”
       “ดีใจด้วยค่ะ”
       “แล้วเป็ดเป็นยังไงบ้าง”
       “ก็ไม่มีอะไรนี่คะ กำลังจะนอน”
       “ไม้บอกว่าเป็ดไม่ค่อยสบาย” เชียรยื่นมือเข้ามา เอามือแตะหน้าผาก “ตัวไม่ร้อนนี่”
       “เอ่อ กินยาแล้ว ยามันก็ออกฤทธิ์ไงคะ”
       “เออดี งั้นก็พักผ่อนนะลูก นอนซะ”
       “ค่ะ”
       เป็ดปุ๊กปิดประตู เชียรแยกไปห้องนอนของตน
       
       เป็ดปุ๊กเดินกลับมานั่งลงบนเตียง แล้วเอนตัวลงนอนลืมตาโพลงมองเพดานอยู่อย่างนั้น ในใจมีแต่ความรู้สึกสับสน ในเรื่องของไม้กับแก้ว ภาพถ่ายนั้นมันวนเวียนอยู่ในใจเธอตลอดเวลา
       
       เช้าวันรุ่งขึ้น...เป็ดปุ๊กขับรถมาอยู่ในอาการเหม่อๆ ขับรถไปเรื่อยๆแล้วทันใด ไม้ก็ลงมายืนขวางหน้าบนถนน เป็ดปุ๊กเหยียบเบรกทันทีไม้เดินมาข้างรถฝั่งข้างคนขับ เปิดประตูรถ
       “จะบ้าเหรอ มาขวางแบบนี้ได้ยังไง เดี๋ยวก็ตายหรอก”
       “ผมขอติดรถไปด้วย”
       “ไปไหน”
       “คุณจะไปทำงานใช่ไหม”
       “ใช่”เป็ดปุ๊กพยักหน้า
       “ผมจะไปแถวออฟฟิศคุณนั่นแหละ จะไปซื้อของ”
       “รถนายก็มี”
       “ไม่เคยได้ยินเหรอ...ไปทางเดียวกัน อาศัยไปด้วยกัน ช่วยชาติประหยัดหน่อยซิคุณ”
       ไม้เข้ามานั่งในรถ แล้วปิดประตูเป็ดปุ๊กมองนึกโกรธ
       “ไล่ก็ไม่ลงใช่ไหม”
       “อืม ต้องทั้งฉุดทั้งลากเลยล่ะ”
       “น่าเบื่อ”
       
       เป็ดปุ๊กหงุดหงิด ขับรถออกไป ไม้ทำเป็นมองไปข้างนอก แต่จริงๆแอบยิ้ม

ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
       รถของเป็ดปุ๊กแล่นมาตามถนน กำลังจะเลี้ยวเข้าในตึก ไม้รีบบอก
       
       “จอดตรงนี้ล่ะครับ”
       “ไม่เข้าไปในตึกก่อนล่ะ”
       “ไม่ต้องหรอกครับ ลงนี่สะดวกกว่า”
       “ตามใจ”
       เป็ดปุ๊กเลี้ยวเข้าไปแล้วจอด ไม้เปิดประตูลงจากรถหันมา
       “ขอบคุณนะครับ”
       ไม้ปิดประตู แล้วเดินไปเป็ดปุ๊กมองตามไปนิดหน่อย แล้วเคลื่อนรถเข้าไปในตัวตึก
       
       เป็ดปุ๊กเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาแล้วต้องชะงักนิดหน่อยแก้วนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานมองมาเป็ดปุ๊กหลบตา ทำเป็นไม่สนใจ เดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองกุ้งกับอ้อมที่อยู่ด้วยในห้อง มองเป็ดปุ๊กแล้วมองแก้ว แล้วหันมามองกัน รู้สึกถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดขึ้นเป็ดปุ๊กนั่งลงที่เก้าอี้
       “นึกว่าวันนี้จะไม่มาทำงาน”
       เป็ดปุ๊กนิ่งอยู่ยังไม่ตอบอะไร
       “ความจริงถ้ายังไม่สบายใจ จะลาหยุดก็ได้นะ”
       “ฉันจะไม่สบายใจเรื่องอะไร”เป็ดปุ๊กหันมา
       “ก็เรื่องที่รู้ว่า...ถูกผู้ชายหลอกน่ะซิ”
       เป็ดปุ๊กชะงักไปนิดหน่อย
       “บังเอิญฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนี้สักเท่าไหร่ ฉันเป็นห่วงงานจะเสียมากกว่าถ้าไม่มา”
       แก้วลุกขึ้น แล้วเดินมาหาเป็ดปุ๊ก
       “ไม่เอาน่าเป็ด อย่าหลอกตัวเองเลย ถ้าทู่ซี้ทำงานทั้งๆที่สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มันจะยิ่งทำให้งานเสียมากกว่านะ”
       เป็ดปุ๊กลุกขึ้น หันมาเผชิญหน้ากับแก้ว
       “จะบอกให้นะแก้ว ฉันอาจจะเคยรู้สึกดีกับไม้ แต่ฉันก็ไม่ใช่เจ้าของหัวใจเขา เขาจะเลือกคบหากับใคร ฉันก็ไม่มีสิทธิ์ห้ามเขา เพราะฉะนั้น เรื่องระหว่างเธอกับเขาน่ะ ไม่ได้มีปัญหากับสติสตังของฉันหรอก”
       แก้วอึ้งไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่ยอมแพ้
       “เธอนี่หญิงแกร่งจริงๆเลย ใจแข็งไม่เคยเปลี่ยนแปลง งั้นฉันก็สบายใจได้ ถ้าฉันกับคุณไม้จะลงเอยกันในที่สุด ฉันก็ไม่ได้ทำให้เพื่อนรักของฉันต้องเจ็บปวดนัก”
       “อดีตเพื่อนต่างหาก” เป็ดปุ๊กหันกลับ แล้วนั่งลง “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอทำงานก่อน”
       แก้วเดินมาด้านหน้าเป็ดปุ๊ก แล้วหันมาหา
       “ฉันยังมีเรื่องที่ต้องคุยกับเธออีก ไหนๆเธอก็ยินดีหลีกทางให้ฉันแล้ว ฉันอยากให้เธอช่วยบอกรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวคุณไม้หน่อย ฉันจะได้ดูแลเขาถูก อย่าง อาหารโปรดของเขา เสื้อผ้าที่เขาชอบใส่ หนังที่ชอบดู”
       ทันใดนั้นเสียงไม้ดังขึ้น
       “แล้วชอบสีอะไรด้วย”
       แก้วชะงักหันกลับไปมอง เป็ดปุ๊ก และคนอื่นในห้องก็มองไปที่ประตูไม้ยืนอยู่
       “คุณไม้”แก้วดีใจ
       แก้วจะเดินเข้ามาหาแต่ไม้ยกมือห้ามไว้ แล้วเดินเข้ามาหาเองเป็ดปุ๊กยังงงๆที่ไม้เข้ามาในห้องไม้มองหน้าแก้ว
       “ถ้าคุณเป็นผม จะไม่ดีใจที่ได้เจอผม”
       “ยังไงเหรอคะ”แก้วยิ้มแหยๆ
       “คุณทำลายชื่อเสียงผม ด้วยไอ้รูปบ้าๆนั่น”
       “แต่รูปนั่นมันจริงนี่คะ คุณไม้กับแก้ว...”
       “ผมแค่ไปจัดสวนในห้องน้ำให้คุณ มันก็เท่านั้น รูปที่คุณถ่ายจริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเลย” ไม้แรงขึ้น “ใช่ไหม พูดความจริงออกมา ผมกับคุณไม่มีอะไรกัน ผมไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวคุณ แม้แต่ปลายนิ้วก้อย ก็ไม่เคยสะกิดถูกคุณ” ไม้ยกนิ้วก้อยขึ้นมาแล้วตะคอก “ใช่ไหม พูดซิ”
       แก้วสะดุ้ง
       “ใช่ๆ”
       ไม้หันมามองเป็ดปุ๊ก ผายมือเป็นเชิงบอกว่า ได้ยินหรือยังแก้วยังไม่ยอม
       “แต่วันนึง เราอาจจะถูกเนื้อต้องตัวกันก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ”
       ไม้หันขวับมาทันที
       “ไม่ ไม่มีทางจะมีวันนั้น เพราะผมไม่ได้ชอบคุณ แล้วจะไม่มีวันชอบด้วย”
       “ทำไมรีบพูดแบบนี้ล่ะคะ เรายังไม่รู้จักกันดีพอเลย”
       “ไม่จำเป็นต้องรู้จักหรอกครับ ผมไม่มีวันจะชอบผู้หญิงคนไหนได้อีกแล้ว เพราะในใจผม” ไม้หันมามองเป็ดปุ๊ก “มีเธอคนนั้นคนเดียว”
       เป็ดปุ๊กอึ้งๆ เริ่มรู้สึกอาย เหลือบมองคนอื่นๆในห้อง
       “คุณเป็ดปุ๊ก ผมต้องขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริงคุณ ที่ผมขอติดรถคุณมาเนี่ย ผมไม่ได้จะมาซื้ออะไรหรอก แต่ตั้งใจจะมาที่นี่ มาบอกให้คุณรู้ว่า ความจริงมันเป็นยังไง และผมอยากให้คุณ...เข้าใจผม”
       เป็ดปุ๊กยิ้มออกมา แล้วพยักหน้า
       “ฉันเข้าใจแล้ว”
       ไม้ยิ้มให้เป็ดปุ๊ก สองคนมองตากันกุ้งกับอ้อมตบมือกันใหญ่แก้วหงุดหงิดเดินออกจากห้องไปเลย
       
       โอมนั่งอยู่ในห้องทำงาน ในมือถือนิตยสารเกี่ยวกับปืน โอมพลิกดูไปเรื่อยๆครู่หนึ่ง มีเสียงเคาะประตู แล้วหทัยก็เปิดประตูเข้ามามองไปที่หนังสือปืนในมือโอมหทัยรู้สึกไม่สบายใจ
       “โอม แม่อยากคุยกับลูกหน่อย”
       โอมปิดหนังสือแต่ยังถือไว้
       “เรื่องอะไรครับ”
       “เรื่องธุรกิจที่ลูกกับพ่อคิดจะทำกันน่ะซิ แม่อยากให้ลูกใจเย็นๆบางทีอะไรมันก็ไม่ได้ดังใจเราเสมอไป”
       “ธุรกิจอะไรเหรอแม่ พูดให้ชัดๆเลยดีกว่า”
       “ที่ลูกกับพ่อ กำลังจะทำกับคุณศักดิ์น่ะ”
       “อ๋อ โครงการหมู่บ้านจัดสรรบนที่ดินของอีแก่นั่น”
       หทัยหยุดนิดหน่อย นึกไม่ชอบ แต่ยังไม่อยากให้มีปัญหา
       “ย่าขวัญไม่มีวันยอมยกที่ดินให้คุณศักดิ์ แม่ไม่อยากให้ลูกเหนื่อยเปล่า บางทีถ้าลูกกับพ่อจะไปหาที่ดินแปลงใหม่...”
       “ผมกับพ่อก็แค่พยายามทำมาหากิน เพื่อจะได้มีชีวิตอยู่รอด ไม่ต้องอดตาย เพราะบังเอิญผมไม่มีบุพการีที่เมตตาทิ้งมรดกที่ดินไว้ให้ผม เหมือนไอ้ไม้นั่น”โอมขัดขึ้น
       “ไม้ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย”
       โอมลุกขึ้นโมโห
       “เกี่ยวซิครับ ทำไมจะไม่เกี่ยว ถ้าไม่มีมัน ผมกับพ่อก็คงไม่ต้องมาลำบากดิ้นรนอยู่อย่างนี้ ถ้าไม่มีมันที่ดินทั้งหมดของแม่ก็ต้องเป็นของผม ถ้าไม่มีมัน หมู่บ้านนี้ก็คือหมู่บ้านของผม”
       “แม่อยากให้ลูกเข้าใจแม่”หทัยพยายามอ่อนลง
       “แล้วแม่เคยเข้าใจผมบ้างไหม เคยคิดไหมว่าผมรู้สึกยังไง ที่ต้องกลายเป็นลูกนอกคอก”
       “มันไม่ใช่อย่างนั้น”
       “ผมยอมรับว่าไอ้ไม้ก็เป็นลูกของแม่ แต่แม่ไม่ยุติธรรม แม่แคร์แต่ไอ้ไม้ แต่ไม่เคยคิดถึงผม แม่รักลูกไม่เท่ากัน”
       “ไม่จริงนะโอม”
       “ผมไม่สนแล้วแม่ ผมจะทำในสิ่งที่ต้องทำ แม่เลิกยุ่งกับผมได้แล้ว บางทีเรื่องที่มันอาจจะจบง่ายๆได้ ถ้าไอ้ไม้มันตายไปสักคน”
       พูดเสร็จ โอมก็เดินโกรธๆออกไปพร้อมกับหนังสือในมือ
       “โอม เดี๋ยวก่อน มาคุยกับแม่ก่อน”
       หทัยทรุดนั่งลง รู้สึกแย่มากๆ
       
       ภูมิตรวจซ่อมเครื่องยนต์อยู่ในอู่ของพ่อ เสียงโทรศัพท์มือถือของภูมิดังขึ้นภูมิหยิบมากดรับเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์โอม
       “ครับพี่”
       โอมกำลังขับรถอยู่ พูดโทรศัพท์ผ่านบลูทูธวิทยุรถยนต์
       “อยากเจอแกหน่อย มีงานให้ทำ”
       “งานอะไรครับพี่”
       “ไอ้ไม้ ฉันทนมันไม่ไหวแล้ว ก็อย่างที่เราเคยคุยกันไว้ไง”
       ภูมินิ่งไปนิดหน่อย แล้วตัดสินใจปฏิเสธ
       “พี่ครับ ช่วงนี้ผมยังไม่อยากทำอะไร เรื่องเก่าตำรวจยังตามกวนผมอยู่”
       “อะไรวะ แล้วมึงกลัวเหรอ กูจ่ายมึงไปเยอะแล้วนะเว๊ย แล้วไม่ห่วงพี่สาวมึงจะตกงานเหรอ”
       “พี่ผมไม่เกี่ยวนะครับ”
       “ถ้ามึงไม่ทำงานให้ กูจะให้พี่มึงออก”
       ภูมิอึดอัด
       “เอางี้ละกันครับ ผมขอเช็คอะไรให้แน่ใจหน่อย แล้วผมจะติดต่อพี่กลับไป"
       “ฉันต้องการคำตอบภายในวันนี้”
       “ครับ ภายในวันนี้”
       ภูมิกดวางสาย คิดเครียดไป
       
       ตั๊กแตนกำลังกวาดใบไม้ที่หน้าบ้านครู่หนึ่งเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอล้วงกระเป๋ากางเกง เอาโทรศัพท์ออกมา แล้วดูที่หน้าจอ นึกดีใจ รีบกดรับสาย
       “ว่าไงพี่ภูมิ...อยู่บ้านย่า...ย่าไม่อยู่ สงสัยจะไปตลาด...” ตั๊กแตนยิ้มอายๆขึ้นมา “เหรอ แตนก็คิดถึงพี่ภูมิ....อยากเจอซิ ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว เมื่อไหร่ดีล่ะ...เดี๋ยวนี้เหรอ ได้ ที่ไหนล่ะ...งั้นแตนจะรอพี่ภูมินะ จ้ะ เดี๋ยวเจอกัน”
       ตั๊กแตนกดวางสาย รู้สึกดีใจ แล้วก้มมองเสื้อผ้าตัวเอง
       “ชุดนี้ซิ่งไม่พอ”
       ตั๊กแตนวิ่งกลับเข้าไปในบ้านย่าขวัญ
       
       ค่ำนั้น ฝ้ายกับดำกำลังเก็บร้าน
       “ตกกลงรู้หรือยังว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพี่ไม้ อยู่ดีๆเขาก็จะเลี้ยงหมูกระทะเราเนี่ย” ดำถามอย่างสงสัย
       “ฉันก็เห็นเหมือนแกนั่นแหละ เขาหายไปทั้งวัน เย็นกลับมาก็ยิ้มหน้าระรื่น แถมหิ้วของอะไรก็ไม่รู้พะรุงพะรังกลับมาด้วย ถามอะไรก็ไม่ยอมบอก ได้แต่ไล่ให้เก็บร้าน”
       “หรือว่าจะได้ลูกค้ารายใหญ่”
       “ฉันว่าน่าจะถูกหวยมากกว่า”
       “วันนี้หวยออกที่ไหนล่ะ แล้วพี่ไม้เขาก็ไม่ชอบเล่นด้วย ฉันซื้อยังโดนด่าเลย”
       ขาดคำฝ้ายก็ชะงัก
       “ต้นเหตุที่ทำให้พี่ไม้ระรื่นระริก อาจจะกำลังเข้ามาในร้านเราก็ได้”
       ดำงง แล้วมองตามที่ฝ้ายมองเป็ดปุ๊กลงจากรถที่จอดหน้าร้าน หิ้วถุงขนมมาด้วย 2-3 ถุง แล้วเดินเข้ามาในร้านเป็ดปุ๊กยิ้มแย้มแจ่มใส
       “สวัสดีจ้ะ ฝ้าย ดำ”
       “สวัสดีค่ะคุณเป็ด หิ้วอะไรมาด้วยคะนั่น”
       “ขนมจ้ะ เอามาฝาก”
       “โอ้โห หลายถุงเลย”ดำดีใจ
       เป็ดปุ๊กส่งให้ถุงเดียว
       “ถุงนี้ของพวกเธอ ที่เหลือนี่จะเอามาให้ไม้เขา”
       “พอจะเดาได้อยู่แล้วล่ะค่ะ”ฝ้ายรับขนมมา
       “แล้วนี่...เขาไปไหนล่ะกลับมาหรือยัง”เป็ดปุ๊กมองหา
       “กลับตั้งแต่ตอนเย็นแล้วค่ะ พอมาถึงก็เข้าไปที่บ้านเลยค่ะ”
       “จะให้ผมไปตามให้ไหมครับ”
       “อ๋อ ไม่ต้องหรอก ฉันจะไปหาเขาเอง”
       เป็ดปุ๊กเดินไปทางหลังร้าน
       “คุณเป็ดก็ระรื่น พี่ไม้ก็ระริก แบบนี้สงสัยจะยาว แล้วเราจะยังได้กินหมูกระทะไหมเนี่ย” ดำบ่นๆ
       “สงสัยอาจจะอด ไม่เป็นไร เพื่อความสุขของพี่ไม้ ฝ้ายยอมทน” ฝ้ายทำตาเคลิ้ม
       
       เป็ดปุ๊กหิ้วถุงขนมเดินเข้ามาถึงโคนต้นไม้ แล้วมองขึ้นไป มีเสียงกึกกักดังลงมา
       “ไม้ นายไม้ อยู่ข้างบนหรือเปล่า”
       เสียงไม้ดังลงมา
       “อยู่ครับ กำลังจัดบ้านนิดหน่อย เดี๋ยวผมลงไป”
       เป็ดปุ๊กนิ่งไปนิดหน่อย แล้วพูดเบาๆกับตัวเอง
       “ไม่ต้องลงมาหรอก”
       
       เป็ดปุ๊กยิ้มๆ แล้วปีนขึ้นไปบนบ้านต้นไม้
        
       อ่านต่อหน้า 3

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ในสวนขวัญ ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
ในสวนขวัญ ตอนที่ 11
ในสวนขวัญ ตอนที่ 10
ในสวนขวัญ ตอนที่ 9
ในสวนขวัญ ตอนที่ 8
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 22 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 22 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 5 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นึกอยากจะจบก็จบ --"
ccc
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ละครจริงๆจบดีมาก ขอโทษนะ คนอัพนั่งเทียนเขียนเองหรือเปล่าเนี่ย
):
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 -2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มากี้ เรื่องนี้ไม่สวยอย่างมาก ทั้ง เสื้อผ้า หน้า ผม
เนื้อเรื่อง น่าง่วงนอนด้วย บทแต่ละคนไม่โดนเลย
จบเร็วก็ดี
เชอรี่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ้อ มันไม่เหมือนในหนังสือเหรอคะ นี่ก็นึกไปว่า นิยายเรื่องนี้คนแต่งฝีมือน้อยไปนหน่อยอยู่เลย
วิเคราะ์
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องในโทรทัศน์ตรงกับในเรื่องย่อหนังสือ แต่อันนี้ไม่เห็นตรงเลยค่ะ งง
ABC
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ในละครไปเที่ยวแพ อ่านในนี้ไปเที่ยวทะเล
Pass
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อ่านในเรื่องย่อ ในสวนขวัญ เล่ม25 รฟุ้สึกบทหลังๆมันมีมากกว่านี้เยอะนะ แก้วถูกจับนะในนั้นอ่ะ งง แต่นิบทเปลี่ยนมาก ที่จริงต้องมีฉากไม้โดนแทงเข้าโรงพยาบาลรอบนึง ละเรื่องหทัยโดนแทงหรือยิงนิก็อีกรอบไม่ใช่หรอ งง
Dragon_sakura_8@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บทนั้นแตกต่างจากนิยายมากเลยอ่ะ เลยไม่ค่อยฟินเท่าไร
www
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รู้สึกว่าบทละครมันแปลกนะคะ เพราะเท่าที่สังเกตดูจากภาพที่เอามาประกอบนี่ ยังไม่ได้เอ่ยถึงในบทละครตั้งเยอะ
saunsom@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +13 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นึกอยากจะจบก็จบ --"
ccc
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันจบห้วนไปไหมอ่ะ
sarochinee-lotus@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอ่อออ ทำไมฉากจบมันสั้นจัง
ง่ายๆ แค่นี้เลยรึ
TurtleWorld
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมยัยแก้วยัยเก็จรอด ศักดิ์อีก ทำไมคนเขียนลืมความผิดของพวกนี้รึป่าว
งงด้วยคน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
งงกับคนเีขียนบทเรื่องนี้ แก้วเนี่ยเท่ากับสมรู้ร่วมคิดนะ เพราะวางแผนจะให้โอมหาคนมาฆ่าเป็ดปุ๊ก เป็นคนไม่ดีแล้วให้ลอยนวลไปแบบนี้มันดูแปลก ๆ นะ
งง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เค้าเข้าทางคุณตำรวจนี่ ใช้มารยาหลอกล่อจนตำรวจ ทำเป็นลืมๆๆ
TurtleWorld
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014