หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สุดสายป่าน

สุดสายป่าน ตอนที่ 12

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
15 สิงหาคม 2556 17:33 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สุดสายป่าน ตอนที่ 12
        สุดสายป่าน ตอนที่ 12 (ต่อ)
       
       ขณะเดียวกัน ภายในห้องพักวสันต์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง วสันต์นอนอยู่ที่เตียง ผ้าพันแผลเต็มตัว ทั้งแผลที่ถูกแทง โดนตีหัว แผลไฟไหม้ สายน้ำเกลือ สายอาหารระโยงระยาง วสันต์เริ่มรู้สึกตัว ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพที่เห็นจากเบลอๆ เริ่มชัดขึ้น
       
       วสันต์ส่งเสียงเหมือนจะพูด แต่ไม่มีแรง พยาบาลเข้าห้องมา รีบเดินเข้ามาดู
       “รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ”
       วสันต์พยายามขยับตัวจะลุก พยาบาลจับตัววสันต์
       “อย่าเพิ่งลุกค่ะ”
       วสันต์จะลุกขึ้นให้ได้ ส่งเสียงในลำคอ
       “นอนเฉยๆนะคะ ดิฉันจะรีบไปตามคุณหมอก่อน”
       พยาบาลรีบออกจากห้องไป
       ที่หน้าประตูห้อง วิไลวรรณยืนแอบมองเข้าไปดูวสันต์อย่างตกใจปนหวาดเสียวที่เห็นวสันต์ฟื้นขึ้นมา วิไลวรรณรีบเดินหลบฉากออกไป
       “ไอ้วสันต์มันยังไม่ตายจริงๆ ด้วย” วิไลวรรณกลุ้มใจมาก “ยัยณีเอ๊ย แกจะทำยังไงต่อล่ะที่นี้”
       
       พอวิไลวรรณกำลังจะเดินผ่านเคาน์เตอร์ออกจากโรงพยาบาล ตำรวจ 2-3 นายเดินมาที่เคาน์เตอร์พอดี
       “สวัสดีครับ ผมร้อยตำรวจเอกนพดล มณีเดชมาขอสอบปากคำผู้ป่วยที่ชื่อนายวสันต์ ประสบบุญครับ...”
       วิไลวรรณตกใจ ชะงักกึก รีบหลบหลังเสาโดยสัญชาติญาณ
       “ซวยแล้วยัยณี เรื่องถึงตำรวจแล้ว...ฉันจะทำยังไงดีวะเนี่ย”
       วิไลวรรณกังวลหนัก
       ครู่ต่อมาตำรวจกำลังสอบถามอาการวสันต์จากหมอ อยู่หน้าห้อง
       “นายวสันต์อาการเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ”
       “ค่อนข้างสาหัสทีเดียวครับ ดูจากบาดแผลแล้วมีร่องรอยของการถูกทุบด้วยของแข็งและถูกของแหลมคมแทงที่ร่างกายหลายแผล ยังโชคดีที่มีพลเมืองดีพามาส่งโรงพยาบาลได้ทัน”
       “ผมคงจะต้องอนุญาตสอบปากคำเค้าหน่อยนะครับ”
       นายตำรวจคนนั้นเดินเข้าไปในห้องวสันต์
       วิไลวรรณตามมาแอบดูเหตุการณ์อย่างร้อนรนใจ
       
       ส่วนวสันต์นอนสะลืมสะลืออยู่บนเตียง
       “สวัสดีครับคุณวสันต์ ผมร้อยตำรวจเอก...”
       วสันต์หันมาเห็นว่าเป็นตำรวจ ก็ตาเหลือก ตกใจมาก ตัวสั่น จะลุกขึ้นก็ไม่มีแรง ได้แต่พยายามซ่อนหน้าซุกตัวสั่นงันงกอยู่บนเตียง ถ้าทางกลัวมาก
       “คุณ...เป็นอะไรหรือเปล่า”
       วสันต์ขดตัวอย่างกลัวจัด ตำรวจกลับเข้าใจว่าวสันต์หวาดกลัวเพราะถูกทำร้ายเมื่อคืน
       “ไม่ต้องกลัวนะ คุณปลอดภัยแล้ว ผมแค่อยากรู้ว่าใครทำร้ายคุณ”
       วสันต์ชะงักเพิ่งนึกออกว่าตัวเองถูกทำร้าย แต่ตายังมองตำรวจอย่างระแวดระวัง ตำรวจเห็นวสันต์สงบลงแล้ว ก็พยายามจะสอบปากคำ
       “พอจะจำได้มั้ยครับว่าใครทำร้ายคุณ”
       วสันต์พยักหน้า พยายามจะพูด แต่พูดไม่รู้เรื่อง ด้วยฤทธิ์ยาสลบ เหมือนยังบังคับกล้ามเนื้อที่ปากไม่ได้
       “กา...กาน”
       “อะไรนะครับ”
       วสันต์พยายามจะพูดอีก แต่พูดไม่รู้เรื่อง ทั้งอ่อนเพลีย จากบาดแผล และฤทธิ์ยาสลบ วสันต์หันไปทางประตูพอดี เห็นวิไลวรรณมองผ่านกระจกเข้ามา
       วสันต์ส่งเสียงโวยวาย ตาเหลือกลาน วิไลวรรณหลบวูบจากประตู รีบวิ่งหนี
       “มีอะไรหรือเปล่าครับ”
       วสันต์ชี้ไม้ชี้มือไปที่ประตู ทำท่าเหมือนอยากจะลุกตามออกไป แต่ไม่มีแรง แต่ก็ยังพยายาม จนหมอ และพยาบาลต้องมาช่วยกันจับตัว
       ตำรวจรีบวิ่งไปที่ประตู ทางเดินหน้าห้องผู้ป่วยเงียบสงบ ไม่มีอะไรผิดปกติ ตำรวจเดินกลับเข้ามา
       เห็นหมอกำลังฉีดยาระงับประสาทให้วสันต์พอดี
       
       “วันนี้คนไข้คงจะยังไม่สามารถจะให้ปากคำได้ คงต้องรบกวนให้คุณตำรวจมาใหม่อีกครั้ง
       วสันต์เหนื่อยหอบ
       ตำรวจพยักหน้ารับรู้ หันไปถามรายละเอียดจากหมอต่อ
       “ก็ได้ครับ แต่ผมคงต้องขอดูหลักฐานเกี่ยวกับนายวสันต์ที่โรงพยาบาลเก็บไว้ นอกจากบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว ไม่ทราบว่ามีหลักฐานอื่นๆอีกหรือเปล่า”
       ฟากวิไลวรรณวิ่งหนีมาหลบอยู่ที่มุมหนึ่งในโรงพยาบาล ท่าทางเหนื่อยล้า และกังวลหนัก
       
       “เอาไงดีวะ ฉันไม่น่ารู้เห็นเรื่องนี้กับแกเล้ยยัยณี...นี่ฉันจะซวยไปกับแกด้วยมั้ยเนี่ย”

สุดสายป่าน ตอนที่ 12
        สองสาวนัดเจอกันในสวนสาธาณะ ช่วงตอนบ่ายๆ กานดามณีเครียดจัดท่าทางคิดหนัก เดินวนไปวนมาเป็นหนูติดจั่น วิไลวรรณเดินเร็วๆ เข้ามาหาด้วยท่าทางกระวนกระวาย กานดามณีหันไปเห็นก็รีบพุ่งเข้าไปหา
       
       “ทำไมแกมาช้านักฮะ ฉันจะเป็นบ้าอยู่แล้ว นี่ติก็ดูสงสัยเรื่องที่ฉันไปดักรอจดหมาย แล้วยังพูดเหมือนจะไม่ยอมแต่งงานกับฉัน ไหนจะเรื่องไอ้วสันต์อีก...”
       วิไลวรรณหวั่นใจไม่เสียเวลาต่อปากต่อคำกับกานดามณีเหมือนอย่างเคย มุ่งเข้าประเด็นที่กังวลทันที
       “ยัยณี ไอ้วสันต์ยังไม่ตาย...”
       กานดามณีอึ้งไป หน้าเสีย
       วิไลวรรณท่าทางพะว้าพะวัง ประสาทจะเสียซะให้ได้
       “เราจะทำไงกันดีแก มันเห็นหน้าฉันด้วย มันต้องรู้แน่ๆ ว่าแกให้ฉันตามไปดูมัน”
       กานดามณียิ่งเครียดหนัก หันไปดุวิไลวรรณ
       “แกอย่าเพิ่งโวยวายได้มั้ย ฉันยิ่งคิดไม่ออกอยู่”
       “ก็จะให้ฉันเฉยอยู่ได้ยังไงล่ะ วันนี้มีตำรวจไปสอบปากคำมันด้วย โชคดีนะที่มันยังพูดไม่รู้เรื่อง ไม่งั้นมันคงเรียกตำรวจจับฉันไปแล้ว”
       กานดามณีสะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างรำคาญวิไลวรรณเต็มที ท่าทางคิดหนัก
       สาวแฝดใจชั่วเห็นกลุ่มเด็กหญิงชายกำลังเล่นเครื่องเล่นกันอยู่ เด็กแฝดผู้หญิงสองคนวิ่งออกมาจากกลุ่มเพื่อน วิ่งตรงเข้ามากอดชายหนุ่มที่เดินถือขนมเข้ามา
       “พ่อซื้อไปไอติมมาให้...ของดาว ช็อกโกแล็ต ของเดือน สตรอเบอรี่...ไหน...ให้พ่อดูซิ คนไหนดาว คนไหนเดือน”
       เด็กแฝด 2 คนแย่งกันตอบ “เดือนค่ะ...” แต่เด็กอีกคนบอก “ไม่ใช่...นั่นดาวต่างหาก” 2 คนเถียงกันแบบเด็กๆ
       “ตัวเองอยากทานไอติมสตรอเบอรี่ของเค้าใช่มั้ยล่ะ”
       เสียงเด็กแฝดเถียงกันว่า ใครชื่อเดือน ใครชื่อดาว เสียงพ่อหัวเราะ ดังแว่วๆ เข้ามา
       สายตากานดามณีจ้องเป๋งไปที่เด็กหญิงฝาแฝดคู่นั้น นึกแผนชั่วออก
       “ฉันรู้แล้วว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง”
       
       บ่ายคล้อย ที่สนามหน้าบ้านกิริเนศวร ไขนภากับรำเพยกำลังนั่งคุยกับวิเศษอยู่
       “ผมต้องขอบคุณคุณหญิงกับหนูรำเพยมากที่อุตส่าห์มาเยี่ยม”
       “เห็นคุณอาวิเศษแข็งแรงขึ้น หญิงก็อุ่นใจ” ไขนภายิ้มแสนดี
       กานดาวสีกับนารีรัตน์ยกเครื่องดื่มกับขนมมาให้ไขนภากับรำเพย
       ไขนภาพูดทักกานดาวสี “แต่ดิฉันว่าคุณกานดาวสีดูซูบๆไปนะคะ”
       “จะไม่ซูบยังไงไหวคะ ยัยกานอยู่แปลหนังสือดึกๆทุกคืน” รำเพยบอก
       วิเศษมองกานดาวสีอย่างเป็นห่วง
       “พ่อก็ไม่สบายใจเลยที่ลูกต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำขนาดนี้”
       กานดาวสีฝืนทำหน้าชื่น ยิ้มแย้ม ไม่อยากให้วิเศษเป็นห่วง
       “ไม่ต้องห่วงลูกหรอกค่ะคุณพ่อ ลูกยังแข็งแรงดี แล้วงานแปลหนังสือมันก็ไม่ได้หนักหนาอะไร รายได้ก็ดีพอที่จะทยอยใช้เงินให้คุณฐิติได้สบายๆ”
       ไขนภาบอกอย่างเกรงใจ “อย่าหาว่าดิฉันก้าวก่ายเรื่องในครอบครัวเลยนะคะ แต่ดิฉันแน่ใจว่าคุณฐิติต้องไม่ยอมรับเงินจากคุณกานดาวสีแน่ๆ”
       “แต่ถึงยังไงดิฉันก็ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะใช้หนี้เค้าให้ครบทุกบาททุกสตางค์ ดิฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร” กานดาวสีบอกหนักแน่น
       นารีรัตน์ขัดขึ้นมาด้วยความโมโห
       “เป็นเพราะยัยกานดามณีแท้ๆที่ทำให้พี่กานต้องหย่ากับคุณฐิติ”
       กานดาวสีมองหน้านารีรัตน์ เตือนสติ “รัตน์ก็รู้ว่าพี่กับคุณฐิติไม่ได้รักกัน...”
       นารีรัตน์หลบตากานดาวสีด้วยความรู้สึกผิด เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตนเป็นคนบังคับให้กานดาวสีต้องแต่งงานกับฐิติ
       “กานดามณีกับคุณฐิติเค้ารักกันมาก่อน...”
       นารีรัตน์ อดขัดไม่ได้ “แต่พี่กานกับคุณฐิติก็แต่งงานกันก่อน มันไม่ยุติธรรมกับพี่กาน...”
       “แต่พี่ว่ามันยุติธรรมที่สุดแล้ว ชีวิตน้องณีผ่านเรื่องร้ายๆ มาเยอะ เค้าสมควรจะได้พบกับความสุขบ้าง และถ้ามีอะไรที่พี่จะทำให้น้องณีมีความสุขได้ พี่ก็เต็มใจจะทำให้ทุกอย่าง”
       
       ฟากวิไลวรรณลงจากรถ มายืนด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าบ้านกิริเนศวร
       “ทำไมคนเยอะนักวะ”
       วิไลวรรณหยิบจดหมายขึ้นมาดู คิดๆก่อนจะพยายามมองสังเกตการณ์ภายในบ้านอีกเห็นรำเพยกับนารีรัตน์ช่วยกันประคองวิเศษเข้าบ้าน กานดาวสีกำลังเดินมาส่งไขนภาที่หน้าบ้าน
       
       วิไลวรรณรีบฉากหลบเข้าไปนั่งสังเกตการณ์อยู่ในรถ
       
        
       อ่านต่อหน้า 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สุดสายป่าน ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์
สุดสายป่าน ตอนที่ 16
สุดสายป่าน ตอนที่ 15
สุดสายป่าน ตอนที่ 14
สุดสายป่าน ตอนที่ 13
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 108 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 103 คน
96 %
ไม่เห็นด้วย 5 คน
4 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015