หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 2

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
3 พฤษภาคม 2556 08:33 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 2
        มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 2 (ต่อ)
       
       รจนาไฉนยังร้องไห้อยู่ คนขับรถกระบะเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
       
       “น้อง... ตกลงจะกลับกรุงเทพฯ มั้ย”
       รจนาไฉนอึ้ง ตัดสินใจอย่างยากลำบาก ระหว่างถนนที่จะก้าวไปต่อ และเส้นทางที่เพิ่งจากมา
       
       ขณะเดียวกันปัทม์ขับรถกระบะมาถึงหน้ากระท่อมร้าง ชิรีบวิ่งลงไปหารจนาไฉนในกระท่อม ปล่อยให้ปัทม์ยืนรอที่หน้ากระท่อม ชิวิ่งออกมาหน้าตาตื่น
       “ไม่มีนาย เดี๋ยวชิลองไปตามหาดูก่อนนะ”
       “ไม่ต้องตาม คงจะหนีกลับไปแล้วล่ะ คิดว่าจะแน่ ฮึ ๆ”
       “พูดผิดพูดใหม่ได้นะคะ”
       ปัทม์และชิตกใจหันไปเห็นรจนาไฉนเดินเข้ามา เธอสังเกตเห็นสีหน้าเจ็บใจของปัทม์
       “ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง แต่ฉันจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น”
       รจนาไฉนเผชิญหน้ากับปัทม์ที่ยิ้มเยาะอย่างท้าทาย
       “ทำเป็นปากเก่ง ฉันจะคอยดูน้ำหน้าผู้หญิงหยิบโหย่งอย่างเธอ ถ้าเปลี่ยนใจอยากกลับบ้าน ฉันไม่เคยห้าม”
       ปัทม์ชูกุญแจรถแล้วปล่อยกุญแจตกลงบนพื้น เธอมองเขาอย่างเจ็บใจ
       “ขอทายไว้ ไม่เกินสามวัน”
       “ถ้าฉันอยู่ที่นี่ได้มากกว่าสามวันล่ะ”
       “ก็เอาสิ... เก่งนักก็อยู่ให้ได้ ถ้าอยู่เกินสามวันฉันจะแถมเงินให้”
       “ห้าแสน !”
       ปัทม์ยิ่งเกลียดชังรจนาไฉน
       “ล้านนึงฉันก็ให้ได้ ! น่าสะใจจะตายที่เห็นผู้หญิงอย่างเธอต้องทนอยู่อย่างน่าสมเพช เพื่อแลกเงิน”
       รจนาไฉนเจ็บปวดกับคำพูดของปัทม์ แต่พยายามอดทน เชิดหน้าท้าทายเขา
       “แล้วคุณจะได้เห็น !”
       “ดี ! แต่ถ้าเธอไปขอความช่วยเหลือจากคนของฉัน ทุกอย่างถือว่าสิ้นสุด ! ไอ้ชิ กลับ”
       ปัทม์รีบเดินออกไป ชิรีบวิ่งตามแต่รู้สึกเห็นใจรจนาไฉนมาก เธอรู้สึกหวาดหวั่นทันที ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในกระท่อมร้าง
       
       รจนาไฉนสำรวจสภาพกระท่อมตามมุมต่างๆ ที่มีแคร่ผุ ๆ มุ้งเก่าขาด หยากไย่เกาะเต็ม ฝุ่นหนา
       มีเสื้อผ้าเก่าๆซุกอยู่ตามมุมพื้น มุมทำอาหารมีหม้อเก่า ๆ ถ้วยชามแตกบิ่นถูกทิ้งเกลื่อน ตู้กับข้าวเก่าหักฝุ่นเขรอะ ห้องน้ำมีรูโหว่เต็มไปหมด ในตุ่มมีน้ำเพียงเล็กน้อย
       รจนาไฉนลงนั่งแทบพื้น ถอนใจ แต่พยายามฮึดสู้
       “ฉันต้องอยู่ให้ได้ !... พ่อขาหนูจะอดทน เพื่อพ่อ”
       รจนาไฉนลุกขึ้นมา คิดหาทางเริ่มทำความสะอาดกระท่อม
       
       บ้านปวุฒิที่กรุงเทพฯ ปวุฒิยืนมองภาพถ่ายของรจนาไฉนอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะปลดภาพลงมา เขาเก็บภาพถ่ายนั้นลงกระเป๋าเดินทาง เฟอร์นิเจอร์ในบ้านมีผ้าขาวคลุมไว้ โลมฤทัยหิ้วของกินพะรุงพะรังเข้ามา
       “คุณปวุฒิคะ พบซื้อของกินมาเยอะเลย ทานข้าวหรือยัง... นั่นคุณกำลังทำอะไร” โลมฤทัยชะงักไปเมื่อสังเกตเห็นปวุฒิกำลังเก็บข้าวของ
       “เก็บของ”
       โลมฤทัยรีบวางของ เข้ามาซักทันที
       “คุณจะไปไหน เหมือนคุณจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
       “ผมกำลังจะย้ายไปเชียงราย”
       “เชียงราย”
       “ใช่ อีกไม่กี่วัน”
       “คุณตั้งใจจะไปอยู่ใกล้ ๆ พี่เพื่อนใช่มั้ย”
       ปวุฒิอึ้งไป ไม่ตอบ แต่เก็บรูปของรจนาไฉนลงกระเป๋าต่อ โลมฤทัยเข้าไปกระชากรูปมาจากมือของปวุฒิ
       “เอาคืนมา”
       “ไม่”
       ทั้งสองคนยื้อรูปถ่ายรจนาไฉนอยู่พักหนึ่ง แล้วโลมฤทัยก็แกล้งเขวี้ยงรูปนั้นลงพื้น
       “คุณพบ !”
       “ใช่... ฉันชื่อพบ ชื่อโลมฤทัย คนที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของคุณทั้ง ๆ ที่ฉันพยายามทำดีกับคุณมาตลอด แต่คุณไม่เคยมองเห็นค่าของฉันเลย”
       ปวุฒิจะเดินออกจากบ้าน โลมฤทัยเดินไปขวางเอาไว้
       “ทำไมไม่มองฉันบ้าง... มองฉันสิ”
       ปวุฒิมองอย่างไม่เต็มใจนัก
       “ฉันรักคุณนะคะ ฉันรักคุณมาตั้งนานแล้ว”
       ปวุฒิอึ้ง คาดไม่ถึง
       “คุณพบ”
       “คุณจะรักฉันบ้างไม่ได้เลยเหรอ พี่เพื่อนมีอะไรดีกว่าฉัน คุณถึงไม่ยอมตัดใจ ทั้งที่พี่เพื่อนไม่ได้รักคุณ”
       “ความรัก.. บางครั้งมันไม่มีคำอธิบายที่สร้างความสบายใจให้กับคุณได้หรอก”
       “คุณมันตาบอด คนบ้า !”
       โลมฤทัยทุบตีปวุฒิอย่างไร้สติ
       “หยุดนะคุณพบ คนบ้าก็คือคุณ มีสติหน่อยสิ”
       “ฉันไม่หยุด!” 
        
       โลมฤทัยขึ้นเสียงใส่

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 2
        ปวุฒิจับมือของโลมฤทัยได้ ก็สะบัดออกไปอย่างแรง จนเธอเสียหลักล้มลงไป
       
       “ผมขอโทษ”
       ปวุฒิเดินหนีออกไปทันที โลมฤทัยยังตามอย่างไม่ลดละ
       ทันทีที่ปวุฒิขึ้นรถได้ก็สตาร์ทเครื่อง กระชากรถออกไป เธอวิ่งตามประกบรถของปวุฒิ ตีกระจก ร้องเรียก
       “คุณหนีความจริงไม่ได้หรอก พี่เพื่อนแต่งงานไปแล้ว คุณไม่มีวันได้พี่เพื่อนกลับมา ยังไงพี่เพื่อนก็ไม่มีวันรักคุณ”
       ปวุฒิเครียด ยิ่งเหยียบคันเร่งออกไปอย่างเร็ว จนทิ้งโลมฤทัยไว้ข้างหลัง เธอโกรธที่ตัวเองไม่สามารถทำให้เขาใจอ่อนได้
       “ปวุฒิ.. ฉันจะทำให้คุณหันมารักฉันให้ได้ ฉันไม่ยอมให้พี่เพื่อนได้คุณไปหรอก ฉันไม่ยอม”
       
       รจนาไฉนปาดเหงื่อ ยืนมองผลงานของตัวเองที่จัดการปรับแต่งกระท่อมร้างอย่างพึงพอใจ ถึงจะผุพังและเก่า แต่ดูน่าอยู่ขึ้น เธอยิ้มมองไปรอบ ๆ
       “สวัสดีจ้ะกระท่อมหลังน้อย...ต่อไปนี้ที่นี่คือวิมานของรจนาไฉน”
       รจนาไฉนรู้สึกหิวขึ้นมา หันไปมองรอบ ๆ บริเวณทำกับข้าวที่ไม่มีอะไรให้ทำกินได้
       “แล้วเที่ยงนี้จะกินอะไร”
       เธอนิ่งคิดยิ้ม ๆ ในแววตาแบบไม่กังวล คิดอะไรออกแล้ว
       
       บริเวณบ้านพักคนงานท้ายไร่ เห็นลูกเล็กเด็กแดงวิ่งเล่น และชาวเขาซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนแก่ที่นั่งอยู่ตามมุมต่างๆ เธอเดินเข้ามา มองทุกอย่างอย่างแปลกตา พยายามมองหาความช่วยเหลือ
       
       พ่อเลี้ยงพูนทวีในชุดชาวเขาแบกก๋วยเข้ามาหาเด็ก ๆ และคนแก่ที่นั่งอยู่หน้าบ้าน
       พูนทวีแกล้งพูดไม่ชัด ร้องเต้นอย่างสนุกสนาน
       “สวัสดีจ้า ผมเอาแคเหราะมาฝาก หยะให้เธอได้กิน ผะมีวิตามิน...”
       เด็ก ๆ และคนแก่หัวเราะกันเกรียว
       พูนทวียังพูดไม่ชัดอยู่
       “อ๊ะ ๆ ๆ หัวเราะ ชอบล่ะสิ อันนี้เอามาเพื่อพวกเราเลยนะ”
       พูดจบก็ทำท่าเต้นต่อเป็นวันเดอร์เกิร์ล พร้อมส่ายก๋วยไปมา
       “โนบอดี้ โนบอดี้ บัดยู๊...”
       เด็ก ๆ และคนแก่ยังหัวเราะกันเกรียว
       “มาเร้ว... มารับแจกเร้ว นี่.. มีขนมมีกับข้าวเต็มเลย เอามาจากงานแต่งของอาสือ”
       เด็กๆวิ่งมารุมพ่อเลี้ยงพูนทวีด้วยความดีใจ
       “ใจเย ๆ นี่คิดถึงเราหรือคิดถึงขนมกันแน่หว่า”
       เด็ก ๆ ร้องบอก “ขนม!”
       พูนทวีดึงถุงขนมคืน
       “งั้นไม่ให้... น้อยใจ”
       เด็กหน้าเสีย
       “อ่ะ ล้อเล่น เอาไปๆ”
       พ่อเลี้ยงหยิบขนมแจกเด็กๆ
       “ขอโทษนะคะ”
       พ่อเลี้ยงพูนทวีชะงักหันไป รจนาไฉนยิ้มเจื่อนๆอยู่ พ่อเลี้ยงพูนทวีอึ้งไปที่เห็นใบหน้าอันสวยงามหวานซึ้งของรจนาไฉน
       “เอ้อ... ฟังภาษาไทยออกใช่มั้ยคะ”
       พูนทวีพูดเพ้อๆ
       “เทพธิดาดอย”
       CUT /
       มุมสวยมุมหนึ่งหน้าบ้านพักคนงานไร่ปัทม์ รจนาไฉนกินข้าวอย่างหิวโหยไม่พูดไม่จา ก่อนจะนึกขึ้นได้ จึงเงยหน้าขึ้นมายิ้มกับพ่อเลี้ยงพูนทวี
       “ขอบคุณนะคะที่มีน้ำใจกับฉัน”
       พูนทวีมองหน้ารจนาไฉนอย่างเคลิบเคลิ้ม พูดไม่ชัด
       “ไม่เป็นไร”
       “เอ่อ คุณรู้จักพ่อเลี้ยงปัทม์มั้ย”
       “รู้”
       “อย่าบอกเค้านะว่าเห็นฉันมาที่นี่”
       “ทำไมล่ะ”
       รจนาไฉนท่าทางไม่สบายใจ ไม่อยากตอบ พูนทวีเห็นแล้วคิดเดาเอาเอง
       “อ๋อ.. คงกลัวพ่อเลี้ยงปัทม์ไล่ออกจากพื้นที่ใช่มั้ย นี่คงแอบเข้ามาอาศัยอยู่ในนี้ละสิ”
       “เอ้อ... คือ...”
       “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้นล่ะ อย่าบอกนะว่าไปขโมยของในไร่นั้นมาน่ะ”
       “เปล่า...เปล่าค่ะ”
       “นั่นสิ ท่าทางเธอไม่ใช่โจร เออ..งั้นเธอมาจากไหน อยู่เมืองไทยมานานรึยัง มีปัญหาอะไรให้ฉันช่วยมั้ย ฉันกว้างขวางนะ... ช่วยเธอได้สบายเลย”
       “เอ้อ... ไม่เป็นไรค่ะ”
       “ยังไม่ตอบฉันเลยว่ามาจากไหน”
       รจนาไฉนไม่ตอบ
       “ฉันไปก่อนนะคะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี เพราะฉันไม่มีเงินเลย”
       รจนาไฉนเหลือบไปเห็นดอกหญ้าขึ้นอยู่ คิดได้ รีบวิ่งไปเด็ดดอกหญ้า พ่อเลี้ยงพูนทวีมองรจนาไฉนอยู่ท่ามกลางดอกหญ้าอย่างเพลินตา
       “สวย...เป็นธรรมชาติที่สุด”
       รจนาไฉนเดินกลับมาอีกครั้ง พร้อมยื่นแหวนดอกหญ้าให้พ่อเลี้ยง
       “นี่ค่ะ แหวนดอกหญ้า แทนคำขอบคุณของฉัน”
       พ่อเลี้ยงพูนทวีมองแหวนดอกหญ้าอย่างพอใจ นึกไม่ถึงว่ารจนาไฉนจะทำได้สวยงาม
       “ให้ฉันสวมให้นะ”
       เธอจับมือพ่อเลี้ยงขึ้นมาแล้วสวมแหวนให้อย่างเบามือ พ่อเลี้ยงใจเต้นตูมตาม มองเลี้ยวหน้าของเธอที่ตั้งใจสวมแหวนให้อย่างตะลึง
       “ฉันไปนะคะ”
       รจนาไฉนหันมาส่งยิ้มให้พร้อมโบกมือก่อนเดินจากไป พ่อเลี้ยงพูนทวียกมือโบกตอบ ยิ้มค้าง ตกอยู่ในภวังค์รัก มองภาพเธอที่เดินจากไปอย่างช้าๆ จนเธอเดินขึ้นเนินไปด้านบน
       
       รจนาไฉนที่มีจิตใจร่าเริงมากขึ้น กำลังก้าวเดินขึ้นไปด้วยหัวใจมุ่งมั่นของคนสู้ชีวิต

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 2
        ที่มุมหนึ่งบริเวณหน้าโรงบ่มใบชาไร่ปัทมกุล พ่อเลี้ยงพูนทวียิ้มเดินเข้ามาด้วยแววตาเหม่อลอย มองแหวนดอกหญ้าเหมือนเพิ่งพบสาวในฝัน
       
       “เทพธิดาดอย”
       ปัทม์เข้ามาโบกมือไปมาข้างหน้าพ่อเลี้ยงเพื่อเช็กสติ
       “พูนทวี”
       พ่อเลี้ยงพูนทวียังเคลิ้ม
       “ท่าทางจะเป็นเอามาก”
       ปัทม์ตะคอกใส่หูพ่อเลี้ยง
       “ไอ้พูนโว้ย!”
       พูนทวีสะดุ้ง
       “หา! อะไร”
       “อย่าบอกนะว่าแกกำลังตกหลุมรักแม่เทพธิดาดอยอะไรนั่น”
       “แล้วมันแปลกตรงไหน ในเมื่อเค้าสวย เป็นธรรมชาติ อ่อนโยน พิเศษไม่เหมือนใคร ที่สำคัญ เธอหมั้นฉันแล้วด้วยแหวนดอกหญ้า”
       “จะอ้วก!”
       “คนจิตใจหยาบกระด้างด้านชาอย่างแก มันไม่เข้าใจหรอกเว้ย”
       “ฮึ ๆ ถ้ารักจริงหวังแต่งขึ้นมาเมื่อไหร่ก็บอก จะเป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอให้ชาวเขาคนนี้ให้”
       “พูดจริงนะ”
       “จริงสิ”
       “เยี่ยม”
       “แล้ววันนี้มีอะไร มัวแต่ละเมอเพ้อพกเรื่องไม่เป็นเรื่อง”
       “ฉันแวะมาที่บ้านพักคนงานแก เอาพันธุ์สตอเบอรี่ใหม่ไปให้คนงานแกลองเพาะดู เผื่อจะเป็นอาชีพรอง..เกษตรกรรมในครัวเรือน นอกเหนือจากปลูกชาในไร่แกไง”
       “ทำยังกะจะสมัคร ส.ส. อุทิศตนเพื่อคนดอย”
       “อ๊ะ...ฉันนี่แหละ พ่อเลี้ยงพูนทวี เอ็นจีโอตัวจริงเสียงจริง เอ็นจีโอผู้พบรักกับเทพธิดาดอย”
       พ่อเลี้ยงพูนทวีเพ้อ ร้องเพลงสบายใจตัวเบา
       “มวลเถาวัลย์ป่าใบเขียว คดลดเลี้ยวใบเขียวต้นไม้ใหญ่ ฝูงมัจฉาว่ายแหวกน้ำใส...”
       “เป็นเอามาก... ฮึ ๆ อยากเห็นหน้าแม่เทพธิดาดอยของแกแล้วละสิ”
       ปัทม์ท้าวสะเอวเห็นอาการเพ้อ ๆ ของพูนทวีแล้วอดหัวเราะไม่ได้
       
       รจนาไฉนในชุดชาวเขา แบกถุงใส่อาหารและข้าวของต่างๆมาเต็มมือ วางลงบนแคร่
       “คนที่นี่ใจดีจัง ให้ข้าวของมาเยอะแยะเลย ฮึ..คงจะมีแต่นายปัทม์ที่ใจคอเหี้ยมโหด !”
       รจนาหยิบอาหารแห้ง แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ จำพวกข้างของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันออกมาวาง ก่อนจะหยิบถุงใส่เมล็ดผักออกมาดู
       “ฉันจะอยู่ที่นี่ให้นานเป็นปีเลย”
       
       รจนาไฉนเดินออกมาที่หน้ากระท่อม ถือถุงใส่เมล็ดผักออกมาด้วย มองไปรอบๆ
       “จะปลูกที่ไหนดี”
       สายตาของรจนาไฉนก็ไปปะทะกับรถกระบะของปัทม์ เธอนิ่งยิ้ม ๆ เหมือนคิดอะไรออก
       
       ที่มุมแอบดูของปัทม์ ชิยกกล้องส่องทางไกลขึ้นดู ปัทม์ยืนขรึมอยู่ข้าง ๆ
       “ยังอยู่มั้ย”
       “อยู่นาย”
       “ทำอะไรอยู่”
       “อยู่ที่รถกระบะ แต่ทำอะไร ชิไม่แน่ใจ”
       “ฮึ...แต่ฉันแน่ใจว่า ยายนั่นกำลังจะขับรถกลับกรุงเทพ !”
       “นายดูเองแล้วกัน”
       ชิยื่นกล้องส่องทางไกลให้ปัทม์ ปัทม์รับมาส่องดู เห็นรจนาไฉนเดินวนดูรอบ ๆ รถกระบะ ปัทม์ลดกล้องลง
       “หรือจะขับรถไม่เป็น”
       ปัทม์ยกกล้องส่องดูใหม่อีกครั้ง เขาเห็นเธอขึ้นไปยืนบนหลังกระบะ มองบริเวณกระบะแล้วกระโดดๆ ปัทม์ลดกล้องลง
       “ทำบ้าอะไรของเค้าวะ หรือเป็นบ้าไปแล้ว”
       ปัทม์ยกกล้องส่องดูใหม่ เห็นเธอลงจากท้ายรถแล้วเดินเข้ากระท่อมไป ปัทม์ลดกล้องลงอย่างหัวเสีย
       “เข้าบ้านไปแล้ว”
       “คงเปลี่ยนใจไม่กลับแล้วมั้งนาย”
       “แกคอยเฝ้าดูต่อ ถ้ายายนั่นหนีกลับเมื่อไหร่ ไปบอกฉัน”
       ปัทม์เดินออกไป ชิรับกล้องมาอย่างเซ็งๆ
       
       “ปากบอกว่าไม่ห่วง ไม่สนใจ แล้วให้ชิเฝ้าดูตลอดทำไมวะ”

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 2
        บริเวณริมระเบียงบ้านปัทมกุล วิวสวยงาม ปัทม์กำลังจะกินข้าวอยู่ที่โต๊ะริมระเบียง ปยงค์และจันทร์เจ้าคอยเสิร์ฟอาหารอยู่
       
       “คุณปัทม์ทานเยอะ ๆ นะคะ ปยงค์ตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะคะเนี่ย”
       “สุดฝีมือของป้า จันทร์เจ้าเห็นคุณปัทม์กินเหลือทุกทีเจ้า”
       “ใครใช้ให้สาระแน รินน้ำให้คุณปัทม์สิ”
       “เจ้า”
       “ขอบใจ”
       ปัทม์จะลงมือกินข้าว ชิวิ่งหน้าตั้งเข้ามา
       “นาย! มีข่าวมาบอก”
       ชิเห็นปยงค์และจันทร์เจ้ายืนอยู่ เลยเปลี่ยนเป็นกระซิบแทน
       “เรื่องใหญ่เรื่องด่วน”
       ปัทม์วางช้อน ลากชิเดินหลบออกไป ปยงค์หน้าตาสงสัยมาก
       “เรื่องอะไรมันจะเป็นความลับขนาดนั้นวะ นังจันทร์เจ้า”
       “ป้าไม่อยากให้จันทร์เจ้าสาระแนไม่ใช่เหรอเจ้า”
       “นี่แกว่าฉันสาระแนเรื่องเจ้านายใช่มั้ย”
       “เจ้า...เอ๊ย... บ่ได้ว่าเจ้า”
       จันทร์เจ้ารีบหลบออกไป ปยงค์อยากรู้มาก
       
       รจนาไฉนขนดินมาใส่ท้ายรถกระบะจนเต็มแล้ว เธอใช้ขันตักน้ำจากถังน้ำเก่า ๆ รดบนดินท้ายกระบะรถ จากนั้นก็โปรยเมล็ดผักลงบนดิน พลางร้องเพลงอย่างมีความสุข
       รจนาไฉนนั่งกินมาม่าซอง บนบานประตูท้ายกระบะ รับลมเย็นอย่างมีความสุข
       
       ปัทม์กำลังส่องกล้องดูอยู่ ก่อนจะลดกล้องลงด้วยความเจ็บใจ
       “ยายนั่นใช้รถของฉันเป็นที่ปลูกผัก !”
       “ฮ่ะๆ สงสัยกะอยู่เป็นปีเลยต้องปลูกผักกินเองเลย ฮ่ะๆ”
       ปัทม์มองชิตาเขียวปั้ด ชิจ๋อย
       “กว่าผักจะโต ยายนั่นรอไม่ไหวแน่ ฉันให้ไม่เกินพรุ่งนี้ ! ยายนั่นต้องหนีกลับ”
       ชิพูดเบา ๆ ลากเสียงประชด
       “อ๋อเหรอ”
       ปัทม์เจ็บใจที่รจนาไฉนไม่หนีกลับไปสักที
       
       โลมฤทัยฮัมเพลงอย่างสบายใจ นั่งดูมิวสิควิดีโออยู่ในห้องนั่งเล่น รอบๆ ตัวเห็นข้าวของกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ ทั้งกระเป๋าถือ ถุงข้าวของที่เพิ่งซื้อมา นพรัตน์เดินเข้ามามองแล้วส่ายหน้า
       “ทำไมบ้านมันรกแบบนี้ เก็บของเองซะบ้างสิลูก”
       “ทำไมพบต้องเก็บ ไม่ใช่หน้าที่ของพบ”
       “แล้วมันหน้าที่ใครไ
       โลมฤทัยเผลอลืมตัวบอก
       “ของพี่เพื่อน...เออ จริง พี่เพื่อนไม่อยู่ที่นี่แล้วนี่นา มิน่า...ยังนึกแปลกใจอยู่เลย ทำไมวันนี้พบอารมณ์ดีทั้งวัน”
       “พ่อไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมหนูถึงจงเกลียดจงชังพี่เพื่อนนักหนา”
       โลมฤทัยจ้องหน้านพรัตน์
       “อยากรู้จริงๆ เหรอคะ”
       นพรัตน์มองโลมฤทัยอย่างอ่อนใจ ถอนหายใจออกมาเบาๆ
       “ถ้าคุณพ่ออยากรู้ก็ส่องหน้าตัวเองในกระจกสิคะ คนในกระจกนั่นแหละที่ทำให้พบเป็นแบบนี้”
       “ลูกพบ... ทำไมลูกพูดแบบนี้”
       “ก็รึไม่จริง ตั้งแต่เล็กจนโต คุณพ่อหายใจเข้า หายใจออกเป็นพี่เพื่อนตลอดเวลา ไม่เคยเห็นพบอยู่ในสายตา”
       “ไม่นะพบ... พ่อก็แค่สงสารลูกเพื่อนที่ต้องเสียสละทุกอย่างให้หนู ทั้งเรื่องเรียน... เรื่องข้าวของเครื่องใช้”
       โลมฤทัยไม่ฟังนพรัตน์เลย
       “ยิ่งพบรู้ว่าพี่เพื่อนไม่ใช่พี่แท้ๆ พบยิ่งเกลียดมัน... มันแย่งความรักคุณพ่อไปจากพบ”
       นพรัตน์เดินเข้ามาใกล้โลมฤทัย จับที่ไหล่เหมือนต้องการปรับความเข้าใจ
       “พ่อว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันแล้ว”
       โลมฤทัยปัดมือพ่อทิ้ง
       “พบไม่มีอะไรจะคุยกับคุณพ่อค่ะ”
       โลมฤทัยปิดทีวีแล้วลุกขึ้นทันที
       “ขนาดไม่อยู่ในบ้านหลังนี้แล้ว พี่เพื่อนยังตามมาแย่งความรักของคุณพ่อไปจากพบ”
       “มันไม่ใช่อย่างที่หนูคิดนะลูก”
       โลมฤทัยเน้นย้ำ
       “มันเป็นแบบที่พบคิดค่ะ ! เป็นแบบนี้มานานมาทั้งชีวิต เพราะฉะนั้น พบไม่มีวันเห็นผู้หญิงคนนั้นดีไปได้หรอกค่ะคุณพ่อ !”
       โลมฤทัยเดินหนีออกไปทันทีด้วยความไม่พอใจ เธอปิดประตูบ้านโครมใหญ่
       
       นพรัตน์ถอนหายใจยาว ไม่สบายใจเลยที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เขาทรุดตัวลงนั่งอย่างเศร้าหมอง

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 14
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 13
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 12
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 18 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 18 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เห็นมีตอนที่3เลย งง
Ne.vipp@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014