เฉลิมพระชนมพรรษาแรกแห่งรัชกาล

โดย ผู้จัดการรายวัน   
28 กรกฎาคม 2560 05:53 น.
เฉลิมพระชนมพรรษาแรกแห่งรัชกาล
        ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - “ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้กล่าวในนามของปวงชนชาวไทย เชิญข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับ เพื่อสนองพระราชปณิธานและเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง”
       
        สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ สืบต่อจากสมเด็จพระราชบิดาเป็นรัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งนับเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ของชาติไทย
       
        นับจากวันนั้นถึงวันนี้ พระราชกรณียกิจในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร นำมาซึ่งความปลื้มปิติของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า โดยทรงใส่พระราชหฤทัย ทรงทุ่มเทเสียสละพระวรกาย เพื่อความเจริญ ความสงบสุข ความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศชาติและปวงประชาราษฎร์ของพระองค์ดังที่ได้มีพระราชดำรัสไว้ทุกประการ
       
       ใส่พระราชหฤทัยทุกข์สุขของอาณาประชาราษฎร์
        นับเนื่องจากเมื่อครั้งดำรงพระอิสสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร จวบจนเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติผ่านพิภพขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๑๐ แห่งจักรีบรมมหาราชวงศ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจโดยมีพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ที่จะรักษา สืบสานและต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เพื่อให้ราษฎรได้รับประโยชน์สูงสุด และสามารถประกอบอาชีพได้ อันจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่มีคุณภาพดีขึ้น ดังเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของพสกนิกรทุกหมู่เหล่านานัปการ
       
        ทั้งในฐานะองค์พระประมุขของประเทศในการสานสัมพันธ์กับนานาอารยประเทศ
        ทั้งในฐานะองค์พระประมุขผู้เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งผอง
       
        สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใส่พระราชหฤทัยในทุกข์สุขของอาณาประชาราษฎร์ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ตะวันออกจรดตะวันตก โดยมิได้ถือพระองค์แต่ประการใด
       
        เมื่อครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา และทรงนำพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย ภายหลังพระราชพิธีเสร็จสิ้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จอยู่ ๒ ข้างทางบริเวณถนนหน้าพระลานอย่างใกล้ชิด คือตั้งแต่ประตูวิเศษไชยศรี ไปจนถึงบริเวณศาลหลักเมือง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ยังความปลื้มปิติแก่พสกนิกรที่เฝ้ารอรับเสด็จอย่างหาที่สุดมิได้ที่ได้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด
       
        
       
        เสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องตลอดช่วงระยะเวลาของการเสด็จพระราชดำเนิน
        กลายเป็นภาพแห่งความประทับใจมิรู้ลืมให้กับพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ
       
        ขณะเดียวกันเมื่อพสกนิกรได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใย และติดตามให้ความช่วยเหลือในทุกพื้นที่ เช่นเมื่อคราวเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ๑๒ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ตรัง สุราษฎร์ธานี พัทลุง กระบี่ ยะลา และสตูล ในช่วงราวเดือนธันวาคม ๒๕๕๙ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ นำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้งมีพระราชกระแสแก่รัฐบาลเกี่ยวกับแนวทางการช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าว
       
        ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๐ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ จำนวน ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นรายได้จากการจำหน่ายบัตรอวยพรและไดอารีภาพวาดฝีพระหัตถ์ โดยประชาชนให้ความสนใจซื้อเป็นจำนวนมาก
       
         โปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทาน และเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบวาตภัยในอำเภอนางรอง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอประโคนชัย อำเภอละหานทราย อำเภอหนองหงส์ และอำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์
       
        เนื่องในอภิลักขิตสมัยที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมพรรษาครบ ๖๕ พรรษา เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๕ เฉลิมพระชนมพรรษาแรกแห่งรัชกาล พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้พร้อมใจกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ “ทรงพระเจริญ” ด้วยจตุรพิธพรชัย พระชนมพรรษายิ่งยืนนาน สถิตเป็นฉัตรแก้วคุ้มเกล้าชาวไทยทั้งปวงตราบกาลนาน
       
        การนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงเงินพระราชทานที่ได้จากการจำหน่ายการ์ดอวยพร และไดอารีพระราชทาน ความว่า “อันนี้ก็ถือว่าเป็นรายได้ที่เราขายการ์ดการ์ตูนที่ทำขาย และตอนนี้ก็กำลังขายจำหน่ายแฮปปี้ไดอารีที่เป็นการ์ตูนนี้ เพื่อนำรายได้ไปช่วยที่เกิดภัยพิบัติภาคใต้ และที่เหลือก็จะถวายเป็นพระราชกุศลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ก็คือว่าแบบที่ว่าขาดตรงไหน ตรงไหนที่จะไปบำรุงขวัญไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนหรืออื่นๆ ที่จะเป็นการถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ก็ทำอันนี้ที่สำคัญต้องทำตรงที่ว่าคันที่ไหนก็จะต้องเกาตรงนั้น บวมตรงไหนก็จะต้องแก้ตรงนั้น ทุกวันนี้ก็กลั่นกรองกันมาแล้วว่าต้องทำอะไรแค่ไหน ก็ขอให้รับเงินอันนี้ไป แล้วก็เพื่อให้คนที่เขาถวายบริจาคมา ซื้อการ์ดมาซื้อไดอารี เขาก็ได้รับรู้ว่าเงินที่เขาถวายมาได้เป็นไปในสิ่งที่เป็นประโยชน์”
       
         พระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ เพื่อจัดทำบัตรอวยพร ปี ๒๕๖๐ รวม ๔ แบบ เพื่อนำรายได้จากการจำหน่ายขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้
       
        จากนั้นรัฐบาลได้นำเงินพระราชทานดังกล่าวไปสมทบทุนฟื้นฟูความเป็นอยู่ของราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน และเป็นเงินทุนการศึกษาพระราชทานแก่บุตรหลานที่กำลังอยู่ในวัยเรียนของครอบครัวที่สูญเสียผู้ปกครองจากอุทกภัย พร้อมทั้งพระราชทานความช่วยเหลือในการจัดซื้อโต๊ะ-เก้าอี้ ครุภัณฑ์และอุปกรณ์การศึกษาที่จำเป็นแก่โรงเรียนต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม จำนวน ๒๖๗ แห่ง
       
        หรือเมื่อคราวที่เกิดวาตภัยในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย อำเภอสะเมิง และอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอวังทรายพูน อำเภอทับค้อ อำเภอตะพานหิน อำเภอบึงนาราง อำเภอบางมูลนาก อำเภอวชิรบารมี และอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ กรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระราชูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะ เดินทางไปมอบเครื่องอุปโภค บริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และความทุกข์ยากของราษฎรที่ประสบวาตภัย เป็นต้น
       
        นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังได้แผ่พระมหากรุณาธิคุณและความห่วงใยโดยพระราชทานความช่วยเหลือให้แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ภาคใต้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ
       
        ยกตัวอย่างเช่น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ญาติของอาสาสมัครทหารพราน ประเสริฐ กายชาติ พลยิงเครื่องยิงจรวด ชุดปฏิบัติการที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณบ้านควนนางา หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยกระทิง อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 ณ บ้านเลขที่ 104 หมู่ที่ 10 ตำบลสิ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
       
         โปรดเกล้าฯ ให้จัดโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” โดยมีหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ข้าราชบริพารในพระองค์ และหน่วยราชการอื่น ๆ รวมถึงประชาชนจิตอาสา ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ
       
        หรืออย่างเช่นเมื่อคราวที่คนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ บริเวณห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาปัตตานี ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และเข้าทำการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลต่าง ๆ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ เดินทางไปมอบดอกไม้และสิ่งของพระราชทาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ รวมทั้งพระราชทานความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ณ โรงพยาบาลปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี และ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
       
       สนองพระราชปณิธาน
       เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทย
        ขณะที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ใส่พระราชหฤทัยและสืบสานพระราชปณิธานเพื่อยังประโยชน์แก่ปวงชนชาวไทยทั้งปวง
       
        เริ่มจากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสานต่อพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยความใส่พระราชหฤทัยอย่างยิ่ง
       
        ทั้งนี้ ในปี ๒๕๖๐ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ได้ดำเนินกิจกรรมการสาธิต ทดลอง และเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มาครบ ๕๖ ปี นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงปลูกต้นยางนาในปี ๒๕๐๔ และในปีต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างโรงโคนม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นอุตสาหกรรมนม ของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา จนเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดในปัจจุบัน
       
        ในปีนี้ โครงการส่วนพระองค์ฯ ได้รับพระราชทานพระราโชบายจาก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ย้ายโรงโคนม รวมทั้งอาคารโรงงานตั้งแต่โรงสีข้าว จนถึงอาคารผลิตภัณฑ์อาหารและยาแผนโบราณ ไปสร้างที่บริเวณป่าบนและป่าล่างภายในสวนจิตรลดา อีกทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ การเผยแพร่พระราชกรณียกิจและเป็นแนวทางในการสานต่อพระราชปณิธานของพระมหากษัตริย์เกษตรสืบไป
       
        เช่นเดียวกับโครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลทรงคะนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ที่ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีเดินทางไปติดตามผลการดำเนินงานในเรื่องการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝน(น้ำหลาก) และในฤดูแล้ง
       
        กล่าวสำหรับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริดังกล่าว เกิดขึ้นจากการที่ชาวบ้านประสบปัญหาน้ำท่วมขังและน้ำเค็มรุกเข้าพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถทำการเกษตรได้ แต่เมื่อมีโครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการถนนวงแหวนอุตสาหกรรมเสร็จเมื่อปี ๒๕๔๙ ทำให้ปัญหาต่าง ๆ หมดไป และราษฎรที่เคยประสบปัญหากลับมาประกอบอาชีพและทำการเกษตรได้อีกครั้ง และน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปปรับใช้ในการทำการเกษตรแบบผสมผสานตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนเพื่อให้ได้ประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะในฤดูแล้งและในช่วงที่น้ำเค็มรุกเข้าในพื้นที่ทำการเกษตร ใช้วิธีขุดสระเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ทำให้มีน้ำใช้ตลอดฤดูแล้ง สามารถทำเกษตรได้ตลอดฤดูกาลโดยไม่ขาดแคลนน้ำ ราษฎรมีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
       
        นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้น้อมนำพระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ มาเผยแผ่ให้พสกนิกรของพระองค์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์หนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์พระราชทานแก่ผู้มาร่วมพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เจริญพระพุทธมนต์ถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พระสยามเทวาธิราช และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ พระลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันอังคาร ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ โดยหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์นี้ ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณให้เชิญอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. และภาพวาดฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลงพิมพ์บนหน้าปกหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ดังกล่าว อีกทั้งทรงคัดเลือกและทรงเรียบเรียงบทเจริญพระพุทธมนต์นี้พร้อมคำแปล จำนวน ๒๘ บท โดยทรงน้อมนำและสืบสานพระราชปณิธาน “ธรรมราชินี” ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ มาไว้บนหน้าปกหนังสือสวดมนต์ ด้วยทรงปรารถนาที่จะให้ประชาชนได้สวดมนต์เพื่อก่อให้เกิดสติ สมาธิ ปัญญา รวมทั้งความสุขสงบร่มเย็น และเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและชาติบ้านเมืองสืบไป
       
       ประชาชนจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ
        ไม่เพียงเท่านั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัด “โครงการจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ” อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ข้าราชบริพารในพระองค์ และหน่วยราชการอื่น ๆ รวมถึงประชาชนจิตอาสา ร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ทั้งปัญหาน้ำท่วมในเขตชุมชน ปัญหาการจราจรและอื่นๆ โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อนต่อยอดการทำความดีขยายจากบ้านไปสู่ชุมชมและประเทศ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีประชาชนทุกเพศทุกวัยมาลงทะเบียน เพื่อร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชนกันเป็นจำนวนมาก
       
        สำหรับการดำเนินโครงการจิตอาสาฯ ในครั้งนี้กำหนดห้วงเวลาปฏิบัติการออกเป็น ๓ ช่วงเวลา ได้แก่ ช่วงที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๒๘ กรกฎาคม - ๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ ดำเนินกิจกรรมในเขตต่าง ๆ ในพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ช่วงที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ - ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ดำเนินกิจกรรมในจังหวัดที่มีเขตพระราชฐาน ช่วงที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑ - ๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ ดำเนินกิจกรรมในทุกจังหวัดทั่วประเทศ
       
         โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง พร้อมด้วยหน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ เชิญอาหารพระราชทานไปเลี้ยงผู้สูงอายุ ที่สถานสงเคราะห์คนชรา บ้านบางแค ๒ พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบสถานสงเคราะห์ฯ
       
        ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำหมวกแก๊ปพระราชทานและผ้าพันคอประชาชนจิตอาสาพระราชทาน พร้อมด้วยสมุดบันทึกความดี พระราชทานแก่ประชาชนที่มาลงทะเบียนและเข้าร่วมทำกิจกรรม
       
        นอกจากนั้น สายพระเนตรของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแผ่ไปถึงประชาชนตัวเล็กตัวน้อย ดังเช่นการพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณแก่ เด็กหญิงวรรณวิสา ศรีจันทร์ อายุ ๑๓ ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนอนุบาลวัดลูกแกประชาชนูทิศ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ชน เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๙ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนทำให้ต้องสูญเสียขาขวา อีกทั้งบิดาพึ่งเสียชีวิตเมื่อ ปี ๒๕๕๘ ต้องอาศัยอยู่กับมารดาเพียงลำพัง
       
        สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานมอบแก่เด็กหญิงวรรณวิสาและครอบครัว ณ บ้านเลขที่ ๑๘๘ หมู่ ๕ ตำบลห้วยขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานขาเทียม และทรงดูแลเรื่องการศึกษา กับการประกอบสัมมาอาชีพ เพื่อให้สามารถมีรายได้ในการดูแลตนเองและเลี้ยงดูครอบครัวได้ ซึ่งนำความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
       
         พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณแก่ ด.ญ.วรรณวิสา ศรีจันทร์ อายุ ๑๓ ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนอนุบาลวัดลูกแกประชาชนูทิศ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ชน เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๙ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนทำให้ต้องสูญเสียขาขวา อีกทั้งบิดาพึ่งเสียชีวิตเมื่อ ปี ๒๕๕๘ ต้องอาศัยอยู่กับมารดาเพียงลำพัง
       
        หรือกรณีนางสุมน มหิดุลย์ อายุ ๕๐ ปี พนักงานเก็บค่าโดยสารรถประจำทางสาย ปอ.511 เส้นทางสายใต้ใหม่-ปากน้ำ ที่เก็บกระเป๋าซึ่งมีเงินสดภายใน ๑ ล้าน ๑ แสน ๒ หมื่นบาท คืนให้กับชายเจ้าของกระเป๋า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ เดินทางมามอบกระเช้าของขวัญ พร้อมกับเสื้อพระราชทาน (ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์) เพื่อเป็นขวัญกำลังใจที่กระทำความดีเป็นตัวอย่างสังคมไทย โดยหลังจาก นางสุมน ทำพิธีรับกระเช้าและเสื้อพระราชทานต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ด้วยรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
       
        ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่ดำรงพระอิสสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารจวบจนเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นรัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยึดมั่นแนวทางการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙ ในการดูแลช่วยเหลือราษฎรทั่วทุกภาคมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยพระวิริยะอุตสาหะโดยมิได้ย่อท้อ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อพสกนิกรชาวไทยใต้ร่มพระบารมีทั้งแผ่นดิน
       
        ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
        ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
       
       


จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017