หน้าแรกผู้จัดการ Online | ผู้จัดการสุดสัปดาห์
ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ณ บ้านพระอาทิตย์ โดย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

เขาว่าล้างพิษตับเป็นเรื่อง“หลอกลวง” (ตอนที่ 3) : พิสูจน์ผลการตรวจเลือดและอัลตร้าซาวด์ 108 คน ครั้งแรกในประเทศไทย !!

โดย ผู้จัดการรายวัน
24 พฤษภาคม 2556 18:55 น.
        ณ บ้านพระอาทิตย์
       โดย : ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
       
       อย่างที่บอกเอาไว้ 2 ตอนแรกว่า ส่วนใหญ่คนที่โจมตีการล้างพิษตับด้วยน้ำมันมะกอกนั้นมีจะโจมตีโดยใช้วิธีเดาๆ ไป หรือจินตนาการเอามากกว่าการแสวงหาข้อเท็จจริง เพราะคนเหล่านี้มักจะมีการตั้งธงอยู่ในใจไว้แล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหลอกลวง พอถูกโต้แย้งกลับก็จะใช้เหตุผลใหม่และจินตนาการใหม่ไปเรื่อยๆมากกว่าการทดลองเพื่อพิสูจน์ความจริง
       
        เหมือนกับกรณีที่การล้างพิษตับด้วยน้ำมันมะกอกนั้นพบว่ามี "คนป่วยจำนวนมาก" มีอาการดีขึ้นเป็นที่ประจักษ์ คนที่โจมตีก็มักจะเดาๆและจินตนาการด้วยอคติว่าเป็นเพราะผลกระทบจากอาการยาหลอก (Pacebo Effect) คือเป็นอาการจากจิตวิทยาที่คิดว่าตัวเองอาการดีขึ้นจากยาหลอกที่กินเข้าไปทั้งๆที่ไม่ได้มีตัวยาอะไร และไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงต่อความเจ็บป่วยที่เป็นอยู่แต่ประการใด
       
        แต่ในความจริงพบว่า มีคนเป็น "ไวรัสตับอักเสบชนิด บี" เป็นจำนวนมากได้ผลการตรวจด้วยเครื่องมือทางการแพทย์แผนปัจจุบันที่ชัดเจนว่าสามารถหายจากโรคร้ายนี้ได้ด้วยการล้างพิษตับ ซึ่งรวมถึงคนที่ริเริ่มจัดหลักสูตรนี้อย่าง อ.แก่นฟ้า แสนเมือง แห่งศีรษะอโศก ที่เคยป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ บี จนแทบปางตายโดยที่แพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็สามารถหายจากโรคร้ายนี้ได้ด้วยการล้างพิษตับเช่นเดียวกับอีกหลายคนที่มีผลการตรวจสุขภาพดีขึ้นเป็นลำดับ
       
        หรือยิ่งไปกว่านั้นเราจะหาเหตุผลว่าเป็นเรื่องทางจิตวิทยาได้อย่างไร เมื่อพบว่าคนที่มีนิ่วในถุงน้ำดีทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ มีเม็ดนิ่วที่เล็กลงหรือแม้กระทั่งหายไปหลังการล้างพิษตับเป็นจำนวนมากโดยที่ไม่ต้องอาศัยการผ่าตัด

       
        เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมคนล้างพิษจำนวนมากถึงน่าจะหายป่วยจากหลายโรคได้ ก็เพราะตับมีบทบาทแก่ร่างกายถึงกว่า 500 ประการ ถ้าตับมีการทำงานที่ฟื้นตัวได้ก็จะทำให้หน้าที่หลายอย่างฟื้นตัวได้ตามมา ทั้งนี้หน้าที่หลักของตับนั้นแบ่งได้ เป็น 4 ประเภท คือ สะสม ทดแทน สังเคราะห์ และล้างพิษ
       
        สะสม คือ การรวบรวมกลูโคส หรือน้ำตาล ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของเซลล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมอง แล้วเปลี่ยนเป็นไกลโคเจนนำมาเก็บสะสมไว้ใช้ยามจำเป็น
       
        ทดแทน คือ การนำอาสิ่งที่สะสมไว้มาย่อยสลายและส่งต่อเข้าสู่ร่างกายผ่านกระแสเลือดตามความเหมาะสม
       
        สังเคราะห์ คือการสร้างโปรตีนต่างๆ จากกรดอะมิโนในสารอาหารที่ผ่านการย่อยและถูกส่งต่อมาจากกระเพาะอาหารและลำไส้ ก่อนส่งเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกาย
       
        ล้างพิษ คือการเปลี่ยนสารที่เป็นพิษต่อเซลล์ ให้เป็นสารที่ไร้พิษก่อนขับออกนอกร่างกายรูปของเหลว เช่นเอนไซม์ในตับจะเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็นอะซีตัลดีไฮด์และกรดอะซีติก ตามลำดับ และต่อมากรดอะซีติกก็จะถูกย่อยสลายกลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ ก่อนถูกขับออกนอกร่างกายผ่านปัสสาวะ
       
        นอกจากนี้ตับยังทำหน้าที่อื่นๆ ที่สำคัญอีกมากมาย เช่น ผลิตน้ำดี ควบคุมการเผาผลาญสารอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ผลิตสารที่เป็นปัจจัยการแข็งตัวของเลือด แปรสภาพเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุให้เป็นสารตั้งต้นสำหรับผลิตน้ำดี แปรสภาพสารพิษและยาต่างๆให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยเพื่อให้ร่างกายขับออกไปได้ เป็นที่อยู่ของเม็ดเลือดเพื่อดักจับเชื้อโรค ฯลฯ
       
        ดังนั้นถ้าตับฟื้นตัวได้จริง เราก็น่าจะเห็นผลการตรวจด้วยเครื่องมือแพทย์แผนปัจจุบันได้อย่างชัดเจนมากขึ้น !!!
       
        เพื่อให้เรื่องการล้างพิษตับเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีการพัฒนาต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม กลุ่มที่จัดทำหลักสูตรล้างพิษตับที่ จังหวัดขอนแก่น ชื่อ "กลุ่มบุญคณา" นำโดย คุณณิชาภา พงศานรากุล ได้จัดหลักสูตรล้างพิษตับขึ้น และได้ทำการตรวจเลือดและอัลตร้าซาวด์ก่อนล้างพิษและหลังล้างพิษเพื่อเก็บสถิติ โดยได้รับการตรวจจาก รศ.นพ.อนัน ศรีพนัสกุล อาจารย์แพทย์จาก ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ผ่าตัดตับมามากที่สุดคนหนึ่งในลำดับต้นๆของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการสำรวจที่ทำให้เราได้เข้าใจได้มากขึ้นว่ามีคนหายป่วยจำนวนมากจริงหรือไม่และด้วยเหตุผลใด?
       
        จากการจัดหลักสูตรผู้เข้าคอร์สล้างพิษตับจำนวน 108 ราย ใช้เวลา 4 วัน 3 คืน (สูตร อ.ขวัญดิน สิงห์คำ) โดยกลุ่มบุญคณา ได้จัดหลักสูตรมาแล้ว 4 รุ่น การตรวจวัดครั้งนี้ รศ.นพ.อนัน ศรีพนัสกุล ได้ตรวจพบคนที่มีความผิดปกติแล้วกลับมาเป็นปกติในการตรวจดังนี้
       
        1. เม็ดเลือดขาวชนิด Eosinophils
ซึ่งสร้างจากไขกระดูก สามารถเคลื่อนที่ไปยังเนื้อเยื่อที่เกิดการอักเสบอีกด้วยโดยปกติ Eosinophil มีหน้าที่เกี่ยวข้องการตอบสนองต่อการติดเชื้อพยาธิ การแพ้ หรือ การอักเสบ โดยภาวะที่พบ Eosinophil สูงนั้น อาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ อาทิ เช่น ร่างกายเกิดอาการแพ้ (Allergic disorders) การติดเชื้อพยาธิ โรคผิวหนังบางชนิด เป็นต้น
       
        Eosinophil มีหน้าที่ขจัดฤทธิ์ Histamine ในเลือด ซึ่ง Histamine นี้มักจะหลั่งออกมาเมื่อร่างกายได้รับสารที่แพ้เข้าไปในคนที่เป็นภูมิแพ้ หรือเมื่อพยาธิเดินผ่านเข้าไปในเนื้อเยื่อทำให้มีHistamine ออกมามากในบริเวณเนื้อเยื่อที่ถูกทำลาย ค่าปกติอยู่ที่ 1% - 5% ถ้าสูงกว่าเกณฑ์ปกติหมายถึงเป็นพยาธิหรืออาจเกิดอาการแพ้
       
        ผลปรากฏว่าในจำนวนผู้เข้าคอร์สล้างพิษตับจำนวน 108 ราย มีอยู่ 19 ราย ที่สูงกว่าเกณฑ์ปกติ แต่เมื่อเข้าหลักสูตรแล้วจากจำนวน 19 รายนี้ได้ผลการวัดค่า Eosinophil ลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติถึง 18 ราย และมี 1 รายเท่าเดิม
       
        2. จำนวนเม็ดเลือดขาว (W.B.C.)
เม็ดเลือดขาวมีหน้าที่สำคัญ คือ ต่อต้านการติดเชื้อ และกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายถ้าจำนวนเม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติจะบอกถึงภาวะการติดเชื้อการอักเสบในร่างกาย หรือถ้าสูงมากๆ จะตรวจพบในโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว สำหรับจำนวนเม็ดเลือดขาวที่ต่ำกว่าปกติ อาจพบได้ในภาวะการติดเชื้อในร่างกาย จำนวนเม็ดเลือดขาว ที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ จะอยู่ในช่วง 4,000-12,000 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร
       
        ผลปรากฏว่าในจำนวนผู้เข้าคอร์สล้างพิษตับจำนวน 108 ราย มีอยู่ 8 ราย ที่มีเม็ดเลือดข่าวต่ำกว่าปกติ แต่เมื่อเข้าคอร์สแล้วผลปรากฏว่าจากจำนวน 8 คน ที่มีเม็ดเลือดขาวต่ำกว่าปกตินั้นได้มีจำนวนเม็ดเลือดขาวเพิ่มจำนวนมากขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ปกติถึง 7 ราย และมีจำนวน 1 รายเท่าเดิม
       
        3. เกล็ดเลือด (Platelet)
เป็นส่วนหนึ่งของเม็ดเลือดที่อยู่ในกระแสเลือด (ในกระแสเลือดมีเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด) มีหน้าที่สำคัญทำให้เลือดอยู่ในภาวะปกติ ถ้าเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติจะหมายถึงว่าเลือดหยุดยาก แต่ถ้าเกล็ดเลือดสูงกว่าปกติจะหมายถึงเลือดแข็งตัวง่าย แต่ถ้าแข็งตัวง่ายไปก็อาจเป็นสาเหตุการอุดตันของเส้นเลือดได้ ทั้งนี้ค่าปกติของเกล็ดเลือดคือ 150,000 ถึง 450,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร เมื่อเกล็ดเลือดต่ำกว่า 100,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร จะมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะเลือดออก โอกาสที่เลือดจะออกได้เองโดยไม่มีบาดแผล เกิดเมื่อเกล็ดเลือดเหลือน้อยกว่า 20,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร
       
        ผลปรากฏว่าในจำนวนผู้เข้าคอร์สล้างพิษตับจำนวน 108 ราย มีอยู่ 9 ราย ที่มีเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ แต่เมื่อเข้าคอร์สแล้วผลปรากฏว่าจากจำนวน 9 ราย ที่มีเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกตินั้นได้มีจำนวนเกล็ดเลือดเพิ่มขึ้นจนกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติถึง 6 ราย และมีเกล็ดเลือดดีขึ้นแต่ยังต่ำกว่าปกติอยู่ 2 ราย และลดลงเล็กน้อย 1 ราย
       
        4. นิ่วถุงน้ำดี อัลตร้าซาวด์จากจำนวน 108 ราย พบนิ่วในถุงน้ำดีจำนวน 15 ราย หลังเข้าคอร์ส นิ่วหายไป 7 ราย
(โดยเฉพาะเม็ดเล็กๆ) แต่ทั้งนี้มีข้อน่าสังเกตว่าในจำนวนนี้มีนิ่วขนาด 3.7 เซนติเมตรหายไป 1 ราย นิ่วมีขนาดเล็กลงและหรือลดจำนวนลง 5 ราย และในจำนวนนี้มีนิ่วขนาด 2.2 เซนติเมตรลดลงเหลือ 1.2 เซนติเมตร จำนวน 1 ราย และมี 3 รายมีจำนวนนิ่วและขนาดเท่าเดิม
       
        ดังนั้นการล้างพิษตับในหลักสูตรของชาวอโศกนั้น นอกจากจะพิสูจน์ได้ด้วยประจักษ์พยานมากมายที่ได้ผลต่อสุขภาพร่างกายตนเองแล้ว ยังสามารถพิสูจน์ได้ด้วยผลทางการแพทย์อีกด้วย
       
        ในโอกาสนี้จึงขออนุญาตนำผลตัวอย่างภาพอัลตร้าซาวด์จากการตรวจผู้เข้าคอร์สดังกล่าวบางส่วนมาให้ชม พร้อมกับขอกราบขอบพระคุณ รศ.นพ.อนัน ศรีพนัสกุล และคุณณิชาภา พงศานรากุล จากศูนย์ล้างพิษตับกลุ่มบุญคณา ที่ช่วยสำรวจและอนุญาตให้เผยแพร่เป็นวิทยาทานในครั้งนี้


เขาว่าล้างพิษตับเป็นเรื่อง“หลอกลวง” (ตอนที่ 3) : พิสูจน์ผลการตรวจเลือดและอัลตร้าซาวด์ 108 คน ครั้งแรกในประเทศไทย !!
       

เขาว่าล้างพิษตับเป็นเรื่อง“หลอกลวง” (ตอนที่ 3) : พิสูจน์ผลการตรวจเลือดและอัลตร้าซาวด์ 108 คน ครั้งแรกในประเทศไทย !!
       

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขาว่าล้างพิษตับเป็นเรื่อง “หลอกลวง” (ตอนที่ 2) : เชิญดูผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ “ก้อนสีเขียว”คือ “สบู่ก้อน” จริงหรือ?
เขาว่าล้างพิษตับเป็นเรื่อง "หลอกลวง" (ตอนที่ 1)
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มรดกภูมิปัญญาพระพระราชทานในหลวงรัชกาลที่ ๕ ผลการชำระตรวจสอบและพัฒนา“วิธีการรักษาโรคมะเร็งตับ”ต่อยอดจากสมัยรัชกาลที่ ๓
เปิดบันทึก มรดกภูมิปัญญาพระราชทานจากในหลวงรัชกาลที่ ๓ “รักษาโรคมะเร็งตับ”
เปิดงานวิจัย โภชนาการแบบไหนขยายอายุขัยผู้ป่วยมะเร็งได้ (ตอนที่ 4)
เปิดงานวิจัย โภชนาการแบบไหน ขยายอายุขัยผู้ป่วยมะเร็งได้ (ตอนที่ 3) เปิดผลการทดลองในมนุษย์
เปิดงานวิจัย โภชนาการแบบไหน ขยายอายุขัยผู้ป่วยมะเร็งได้ (ตอนที่ 2)
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 38 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2018